
สั่งกรมทางหลวง-คมนาคมปลูกต้นไม้ฟื้นป่าเขาใหญ่
ศาลปกครองกลางได้อ่านคำพิพากษาคดีการตัดถนนขึ้นเขาใหญ่ หรือถนนธนะรัชต์ ซึ่งเป็นคดีพิพาทระหว่างสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน กับพวกรวม 130 คน เป็นผู้ฟ้องคดีกรมทางหลวงและกระทรวงคมนาคมเป็นผู้ถูกฟ้องคดี โดยศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาให้ผู้ถูกฟ้องคดี 2 ราย คือ กรมทางหลวง และกระทรวงคมนาคม ร่วมกันนำต้นไม้ตามชนิดประเภทขนาดเดียวกัน หรือใกล้เคียงกัน และในจำนวนที่เท่ากัน กับต้นไม้ที่ถูกตัดโค่นไปแล้ว ตามบัญชีที่ได้สำรวจบันทึก ไปปลูกทดแทนตามแนวเขตทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2090 หรือถนนธนะรัชต์ ส่วนคำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกไป โดยให้ดำเนินการภายใน 60 วัน นับจากวันที่มีคำพิพากษาเพื่อให้มีสภาพใกล้เคียงกับของเดิมให้มากที่สุด
ศาลปกครองกลางได้อ่านคำพิพากษาคดีการตัดถนนขึ้นเขาใหญ่ หรือถนนธนะรัชต์ ซึ่งเป็นคดีพิพาทระหว่างสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน กับพวกรวม 130 คน เป็นผู้ฟ้องคดีกรมทางหลวงและกระทรวงคมนาคมเป็นผู้ถูกฟ้องคดี โดยศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาให้ผู้ถูกฟ้องคดี 2 ราย คือ กรมทางหลวง และกระทรวงคมนาคม ร่วมกันนำต้นไม้ตามชนิดประเภทขนาดเดียวกัน หรือใกล้เคียงกัน และในจำนวนที่เท่ากัน กับต้นไม้ที่ถูกตัดโค่นไปแล้ว ตามบัญชีที่ได้สำรวจบันทึก ไปปลูกทดแทนตามแนวเขตทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2090 หรือถนนธนะรัชต์ ส่วนคำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกไป โดยให้ดำเนินการภายใน 60 วัน นับจากวันที่มีคำพิพากษาเพื่อให้มีสภาพใกล้เคียงกับของเดิมให้มากที่สุด
ทั้งนี้ คดีนี้สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนกับพวกที่เป็นชาวบ้านรวม 130 คน ยื่นฟ้องกรมทางหลวง และกระทรวงคมนาคม เป็นผู้ถูกฟ้องที่ 12 กรณีอนุมัติให้กับบริษัท ราชสีมาบวร (1996) ก่อสร้างและปรับปรุงขยายผิวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2090 จากเดิม 2 ช่องจราจรเป็น 4 ช่องจราจร วงเงิน 9,736,342.01 บาท โดยอ้างเหตุเพื่อรองรับปริมาณการจราจรที่เพิ่มขึ้นและเพื่อช่วยลดอุบัติเหตุ ซึ่งเคยบูรณะใหญ่เมื่อปี 2535 อายุการใช้งาน 16 ปี โดยในปี 2552 พบการจราจรเฉลี่ย 8,018 คันต่อวัน โดยการอนุมัตินั้นกระทำโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ที่ไม่จัดทำรายงานศึกษาวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรืออีไอเอ (EIA) และรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบต่อสุขภาพ หรือเอชไอเอ (HIA) ตามรัฐธรรมนูญ ปี 2550 มาตรา 67 วรรค 2 และไม่ดำเนินการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนผู้มีส่วนได้เสียอย่างถูกต้อง
ด้านเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว และเขาชะเมาจำนวน 50 นาย ลงพื้นที่เกาะเสม็ด หมู่ 4 ต.เพ อ.เมือง จ.ระยอง เพื่อรื้อถอนสิ่งก่อสร้าง เป็นอาคารปูนซีเมนต์ขนาด 11 คูณ 5.50 เมตร และอาคารไม้ ขนาด 10 คูณ 6 เมตร ซึ่งขยายทำเป็นรีสอร์ท สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 2 มี.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่อุทยานฯ ได้ทำจับกุมนายประมวล เจริญผล กับพวกรวม 5 คน ขณะกำลังก่อสร้างอาคารดังกล่าว และนำตัวส่งดำเนินคดีไปแล้ว พร้อมติดประกาศให้รื้อถอนสิ่งก่อสร้างที่บุกรุกหาดอ่าวแหลมใหญ่ ก่อนวันที่ 16 พ.ค. แต่ปรากฏว่าไม่รื้อถอนออกไป และไม่ได้มีการอุทธรณ์คำสั่งหัวหน้าอุทยานแห่งชาติฯ จึงได้นำกำลังมารื้อถอน และจะดำเนินการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่งต่อไป
นอกจากนี้ ยังมีร้านค้าที่บุกรุกชายหาดแม่รำพึง ต.เพ อ.เมือง จ.ระยอง โดยผู้ประกอบการรับปากว่าจะรื้อถอนออกไปภายในวันที่ 23 พ.ค.นี้ และหลังจากวันที่ 23 พ.ค. หากพบว่ายังไม่มีการรื้อถอน จะรื้อถอนเองต่อไป







