
วาทะขยะ เปลือย "ปรอดประสพ"
ปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี ถือว่าเป็นนักการเมืองฝีปากกล้าคนหนึ่งเพราะมีหลายคำพูดจากปากบิ๊กพรรคเพื่อไทย
โดย...ทีมข่าวการเมือง
ปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี ถือว่าเป็นนักการเมืองฝีปากกล้าคนหนึ่งเพราะมีหลายคำพูดจากปากบิ๊กพรรคเพื่อไทยรายนี้ได้กลายเป็นวาทกรรมเรียกแขกมาโจมตีรัฐบาลอยู่หลายครั้ง
โดยเฉพาะครั้งล่าสุดกับคำว่า “ขยะ” ที่ใช้เปรียบกับเครือข่ายภาคประชาชนที่จะมาชุมนุมต่อต้านนโยบายการบริหารจัดการน้ำของรัฐบาลระหว่างการประชุมระดับผู้นำด้านน้ำแห่งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ครั้งที่ 2 ที่ จ.เชียงใหม่
“ขอเตือนผู้ที่จะชุมนุมประท้วงว่าอย่ามาเด็ดขาด จะสั่งจับให้หมดจะไม่มีการจัดสถานที่ให้คนที่จะมาประท้วงแต่อย่างใด จะมีก็แต่จัดคุกไว้ให้เท่านั้น และจะไม่มีการพูดคุยเจรจาใดๆ ทั้งสิ้น จับอย่างเดียว และคนเชียงใหม่ก็ไม่ควรปล่อยให้คนพวกนี้ที่เหมือนขยะมาเกะกะด้วย” (วันที่ 12 พ.ค.)
เพียงคำพูดไม่กี่บรรทัดได้ก่อให้เกิดกระแสโจมตีอย่างหนักไม่ใช่เพียงแต่ปลอดประสพเท่านั้นเพราะบานปลายไปถึงตัว ‘ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร’ นายกรัฐมนตรี ด้วยการย้อนเกล็ดว่ารัฐบาลที่มาจากระบอบประชาธิปไตยไม่ควรแสดงออกมาในลักษณะแบบนี้ ดังนั้น รองนายกฯ ควรออกมาขอโทษประชาชนที่ได้พูดในเชิงคุกคาม
ทว่า ท่าทีของรองนายกฯ รายนี้ก็ยังไม่เปลี่ยนแปลงพร้อมกับให้สัมภาษณ์ด้วยความแข็งกร้าวเพื่อย้อนฝ่ายคัดค้านถึง 2 วันติดต่อกัน
“ไม่ถูกต้องที่มีผู้มาประท้วงระหว่างการประชุม เพราะเชียงใหม่เป็นเมืองท่องเที่ยว แต่กลับมีข่าวประท้วง คนที่ประท้วงไม่ใช่คนพื้นที่ ถือว่ามาทำลาย ดีที่ผมไม่ยุให้คนเชียงใหม่ออกมาต่อต้าน...” (วันที่ 14 พ.ค.)
“ขอโทษอะไร ไม่ขอโทษ เขาพูดกับผมอ่านในเว็บขึ้นมึงกูกับผม ทีด่าคนอื่นด่าจ้อยๆ พอถูกด่าบ้างทุรนทุราย” (วันที่ 15 พ.ค.)
ผลจากคำพูด “ดีที่ผมไม่ยุให้คนเชียงใหม่ออกมาต่อต้าน” ตามมาด้วยการยืนยันจะไม่ขอโทษกับคำพูดของตัวเอง ไม่ต่างอะไรกับการจุดพลุสัญญาณให้กลุ่มคนเสื้อแดงในเชียงใหม่ประกาศเคลื่อนไหวสนับสนุนรัฐบาลเพื่อต่อต้านม็อบภาคประชาชนทันที
โดย “เพชรวรรต วัฒนพงศ์ศิริกุล” แกนนำกลุ่มเชียงใหม่ 51 ระบุว่าจะไม่ขนคนไปร่วมรำลึกเหตุการณ์สลายการชุมนุมที่ราชประสงค์ในวันที่ 19 พ.ค. แต่จะนำกำลังมาชุมนุมช่วยรัฐบาลบริเวณหน้าสถานที่ประชุมที่เชียงใหม่แทน
เป็นอันว่าการประชุมเรื่องน้ำที่มีขึ้นได้รับการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบผ่านคำว่าขยะ และการแต่งกายเป็นพญามังรายของบุคคลระดับรองนายกฯ มากกว่ารู้จากการประชาสัมพันธ์ของภาครัฐ
สอดรับกับ “สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล” รองนายกฯ และ รมว.ต่างประเทศ ซึ่งได้พูดแบบติดตลกในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวันที่ 14 พ.ค.ที่ผ่านมาว่า “การประชุมครั้งนี้เป็นที่รู้จักทั้งประเทศแล้วจากการประชาสัมพันธ์ของท่านปลอดประสพ”
ดังนั้น ผลการประชุมในครั้งนี้อาจไม่สำคัญกับผลแห่งการกระทำจากคำพูดของปลอดประสพที่ได้แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไทยชุดนี้ได้ให้ความสำคัญกับคำว่าประชาธิปไตยอย่างไร







