
ตร.แจ้งข้อหาเอกชนทุจริตแก๊สหุงต้ม
ตำรวจเรียกเอกชนแจ้งข้อหาเพิ่มอีกกว่า 100 ราย คดีทุจริตแก๊สหุงต้ม รองผบ.ตร.เผยมีอีกหลายปั๊มกระทำความผิด
ตำรวจเรียกเอกชนแจ้งข้อหาเพิ่มอีกกว่า 100 ราย คดีทุจริตแก๊สหุงต้ม รองผบ.ตร.เผยมีอีกหลายปั๊มกระทำความผิด
คณะพนักงานสอบสวนการกระทำผิดเกี่ยวกับการค้าก๊าซปิโตรเลียมเหลว ได้ออกหมายเรียกให้นิติบุคคลโรงบรรจุก๊าซ และสถานีบริการน้ำก๊าซรถยนต์ รวม 94 แห่ง และผู้กระทำความผิดในส่วนบุคคล อีก 80 คน ให้มาพบเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาในวันนี้ โดยการเรียกมาแจ้งข้อหาครั้งนี้นั้นถือเป็นครั้งที่สองแล้ว หลังจากที่เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคมที่ผานมาได้เรียก นิติบุคคลมาดำเนินคดีไปแล้วกว่า 60 แห่ง
สำหรับการพิจารณาแจ้งข้อหานั้นเป็นคดีในความผิดฐาน เป็นโรงบรรจุก๊าซร่วมกับผู้อื่นนำก๊าซที่ได้มาจากการเป็นผู้ดำเนินการบรรจุก๊าซแทนผู้ค้าน้ำมัน มาตรา 7 ไปจำหน่ายหรือใช้ในการอื่นโดยไม่บรรจุใส่ถังก๊าซหุงต้ม และเป็นสถานีบริการก๊าซรถยนต์ ร่วมกันกับผู้อื่นซื้อหรือรับก๊าซจากผู้ค้าน้ำมันที่ไม่ใช่ผู้ค้าตามมาตรา 7 ตามมาตรา 3 และ 8 พ.ร.ก.กำหนดแก้ไขและป้องกันภาวการณ์ขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2516 มาตรา 83 ประมวลกฎหมายอาญา และคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง
พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า มีผู้ประกอบการเดินทางเข้ามารับทราบข้อกล่าวหาประมาณกว่า 30 ราย ส่วนผู้ที่ยังไม่มารับทราบข้อกล่าวหานั้น พนักงานสอบสวนจะพิจารณาดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งจะอ้างภายหลังว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมไม่ได้ ส่วนการสอบสวนขยายผลไปยังกลุ่มผู้ค้าตามมาตรา 7 นั้น พบหลักฐานที่ชัดเจนแล้ว 1 ราย และยังมีสถานีบริการน้ำก๊าซรถยนต์ อีกประมาณ 300 แห่ง ที่เข้าข่ายกระทำผิด
ขณะที่ พ.ต.อ.อุเทน นุ้ยพิน ผู้กำกับการอำนวยการ ตำรวจ จ.อ่างทอง ในฐานะรองหัวหน้าคณะทำงาน กล่าวว่า กรณีการสอบสวนขยายผลนั้นทางพนักงานสอบสวนได้เรียกบุคคลและนิติบุคคลที่เป็นบริษัทนอมินีที่ก่อตั้งขึ้นและมีการกระทำผิดในคดีนี้เข้ามารับทราบข้อกล่าวหาก่อนหน้านี้ 5 ราย สำหรับผู้ค้าตามมาตรา 7 นั้น มีบริษัทที่เข้าข่ายกระทำผิด 3-4 แห่ง แต่มีหลักฐานชัดเจน 1 แห่ง ซึ่งหลักฐานทั้งหมดที่พนักงานสอบสวนตรวจพบส่วนใหญ่เป็นหลักฐานทางเอกสารซึ่งมีความชัดเจนในตัวเองอยู่แล้ว โดยมีการตรวจสอบย้อนหลังไป 1 ปี แต่พนักงานสอบสวนมีความชำนาญ และประสบการณ์ในการตรวจสอบคดีฟอกเงิน ซึ่งมีเอกสารจำนวนมากจึงสอบสวนรวบรวมหลักฐานได้เร็ว โดยในส่วนของผู้ค้าตามมาตรา 7 นั้นจะมีการเรียกมารับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 30 พฤษภาคมนี้
พ.ต.อ.อุเทน กล่าวต่อว่า สำหรับข้อกล่าวหาในการดำเนินคดีนั้นจะเป็นข้อหาฉ้อโกงเงินกองทุนน้ำมัน ซึ่งในประเด็นนี้หากผู้กระทำผิดชดใช้ค่าเสียหายกลับคืนกองทุนน้ำมันแล้วก็จะทำให้โทษหนักจะเป็นเบาแต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของศาล.







