
รัฐบาลไทยต้องเร่งดับไฟใต้
สถานการณ์ความไม่สงบบริเวณ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย ยังคงอยู่ในความสนใจของต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับฮิวแมนไรต์ส วอตช์ องค์กรสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศชื่อดังของโลก ที่ล่าสุดเปิดเผยบทความเรียกร้องให้รัฐบาลไทย ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เร่งดำเนินการสืบสวนและดำเนินคดีกับผู้ก่อความไม่สงบขั้นเด็ดขาด ภายหลังคนร้ายใช้ความรุนแรงในการตอบโต้และมุ่งเป้าไปที่เด็กและประชาชนผู้บริสุทธิ์มากขึ้น
สถานการณ์ความไม่สงบบริเวณ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย ยังคงอยู่ในความสนใจของต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับฮิวแมนไรต์ส วอตช์ องค์กรสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศชื่อดังของโลก ที่ล่าสุดเปิดเผยบทความเรียกร้องให้รัฐบาลไทย ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เร่งดำเนินการสืบสวนและดำเนินคดีกับผู้ก่อความไม่สงบขั้นเด็ดขาด ภายหลังคนร้ายใช้ความรุนแรงในการตอบโต้และมุ่งเป้าไปที่เด็กและประชาชนผู้บริสุทธิ์มากขึ้น
เหตุความวุ่นวายในพื้นที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เห็นได้จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 1 พ.ค. ภายหลังผู้ก่อความไม่สงบ 4 คน ใช้อาวุธปืนสงครามกราดยิงใส่ชาวบ้านที่บริเวณร้านขายของชำ ต.รูสะมิแล อ.เมือง จ.ปัตตานี จากนั้นคนร้ายใช้อาวุธปืนจ่อยิงศีรษะซ้ำทีละคน เป็นเหตุให้มีชาวบ้านได้รับบาดเจ็บหลายรายและเสียชีวิตอย่างโหดเหี้ยม 6 คน ซึ่งในจำนวนนั้นเป็นเด็กชายวัย 2 ขวบรวมอยู่ด้วย
“กลุ่มผู้ก่อการร้ายแบ่งแยกดินแดนกระทำการอันเหี้ยมโหดด้วยการจ่อยิงศีรษะผู้บริสุทธิ์ ซึ่งหมายรวมถึงเด็กเล็กด้วยอาวุธสงครามรุนแรง พวกเขาควรถูกประณามและถูกดำเนินคดีขั้นเด็ดขาด เพื่อเป็นตัวอย่างไม่ให้เหตุการณ์ความรุนแรงต่อพลเรือนเกิดขึ้นอีก” แบรด อดัมส์ ผู้อำนวยการแผนกเอเชียขององค์กรฮิวแมนไรต์ส วอตช์ กล่าว
หลังเกิดเหตุกราดยิงเพียง 1 วัน เจ้าหน้าที่ตรวจพบใบปลิวของกลุ่มนักรบฟาตอนี ระบุจะฆ่าชาวไทยพุทธทุกคน ไม่เว้นแม้แต่เด็กหรือผู้หญิง เพื่อให้รัฐบาลไทยยอมรับข้อเสนอของขบวนการบีอาร์เอ็น โดยแม้เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อว่าเป็นฝีมือของกลุ่มฟาตอนี ทว่าฮิวแมนไรต์สวอตช์มองว่า ใบปลิวดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงท่าทีอันแข็งกร้าวที่มากขึ้นของกลุ่มผู้ก่อการร้าย
“เหตุความไม่สงบกำลังส่งผลกระทบร้ายแรงต่อชุมชนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และสิ่งเดียวที่จะยุติเหตุนองเลือดได้อย่างถาวร คือ ความร่วมมือรัฐบาลไทย ทหาร และผู้นำกลุ่มก่อความไม่สงบอย่างจริงจัง” อดัมส์ กล่าว
วันเดียวกัน เว็บไซต์อินเตอร์เนชั่นแนล บิซิเนส ไทมส์ เปิดเผยบทความเกี่ยวกับการผลักดันจัดตั้งแผนกคดีท่องเที่ยวในศาล เพื่อพิจารณาคดีที่เกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะของไทยว่า เป็นขั้นตอนที่สำคัญเพื่อช่วยฟื้นฟูภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของไทยให้ดีขึ้น ท่ามกลางการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวในภูมิภาคที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ภายหลังเมียนมาร์และเวียดนามส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างไม่เคยมีมาก่อน
มาร์ก โจแฮนสัน ผู้เขียนแสดงความเห็นว่า หากข่าวคราวเกี่ยวกับนักท่องเที่ยวในแง่ลบปรากฏผ่านสื่อต่างๆ เพิ่มมากขึ้น โดยที่ทางรัฐบาลไม่ได้ดำเนินการหามาตรการแก้ไขอย่างมีประสิทธิภาพ ก็อาจส่งผลให้นักท่องเที่ยวจำนวนมากเปลี่ยนจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวไปยังสถานที่ที่อื่นที่มีความปลอดภัยและสงบเงียบกว่าไทย ซึ่งครั้งหนึ่งเคยได้ชื่อว่า “สยามเมืองยิ้ม” ก็เป็นได้







