
ดูหนัง ดูละครย้อนดูตัว
เคานท์ แดร็กคูล่า เป็นตัวละครในนิยายของนักเขียนไอริช ชื่อ Bram Stoker แต่งขึ้นในปี1891 หรือร้อยกว่าปีเศษมาแล้ว เนื้อหาเป็นเรื่องท่านเคานท์ผีดูดเลือดจะพยายามเดินทางไปเกาะอังกฤษแต่ถูกต่อต้านโดยนักสู้อย่าง แวน เฮลซิ่ง ศาสตราจารย์ผู้ชาญฉลาด หาวิธีสู้ผีดูดเลือดอย่างน่าตื่นเต้น
เคานท์ แดร็กคูล่า เป็นตัวละครในนิยายของนักเขียนไอริช ชื่อ Bram Stoker แต่งขึ้นในปี1891 หรือร้อยกว่าปีเศษมาแล้ว เนื้อหาเป็นเรื่องท่านเคานท์ผีดูดเลือดจะพยายามเดินทางไปเกาะอังกฤษแต่ถูกต่อต้านโดยนักสู้อย่าง แวน เฮลซิ่ง ศาสตราจารย์ผู้ชาญฉลาด หาวิธีสู้ผีดูดเลือดอย่างน่าตื่นเต้น
รู้ไหมครับ 100 ปีที่ผ่านมา แดร็กคูล่า ถูกเอามาสร้างเป็นหนังแล้วถึง 200 ครั้ง เป็นรองหนังนิยายนักสืบ เชอร์ล็อก โฮล์มส์ เพียงเล็กน้อย ดังนั้นเราจึงยังไม่ควรรีบเบื่อแม่นาค ไม่ว่าภาคใดๆ
ผมอยากเห็นนางนาค เรื่องเล่าอมตะของไทยได้ก้าวไปสู่สากล ไม่ต้องเอาแบบสยดสยองขนพองสยองเกล้าอย่างเดียว มีแบบเฮฮาอย่างพี่มากและสหาย มีแบบการ์ตูน มีแบบศักดิ์สิทธิ์ มีแบบหนังเพลง ละครเพลงสารพัด ฯลฯ เอาให้สวนสนุกในต่างประเทศขอซื้อสิทธิไปใช้ในบ้านผีสิงของเขาเลย หรือไม่ก็กลายเป็นละครโทรทัศน์ซีรี่ส์ใหญ่อย่างทไวไลท์ โซน ไปโน่น
สักวันข้างหน้า ภาพวาดหม้อดิน ตะเกียงส่องทาง ขวดน้ำมันพราย ขี้ไต้คบไฟ กระหังกะละมัง ที่กลายเป็นลวดลายอันมีลิขสิทธิ์อยู่บนแก้วน้ำ กระติก เสื้อยืด หมวก หรือไม่ก็อาจเป็นสติ๊กเกอร์ดิจิตอลขายดีในไลน์ให้คนเอเชียได้กดส่งกันอุตลุด
ผมกำลังพูดถึง คาแรกเตอร์ไลเซนซิ่ง ครับ (Character Licensing)
ข้อมูลจากสมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ ชี้ว่า รายได้จากตั๋วเข้าชมภาพยนตร์ในโรงมีสัดส่วนไม่ถึงหนึ่งในสามของมูลค่ารายได้ที่เจ้าของลิขสิทธิ์หนังและตัวแสดงคาแรกเตอร์ในหนังได้รับ...
อันนี้คล้ายกับในญี่ปุ่นที่คนดูหนังกันดั้ม หุ่นอวกาศ จ่ายเงินน้อยกว่าคนซื้อสินค้าลิขสิทธิ์สินค้ากันดั้ม เทียบกันไม่ได้เลย
ค่าตั๋วหนังไทยขายกันทั้งปีให้คนไทยดู หลงจ๊งแล้วประมาณ 1,000 ล้านบาทต้นๆ ไม่เกิน 1,500 ล้านบาท/ปี ขายข้าวโพดคั่วกับเครื่องดื่มหน้าโรงบวกขายพื้นที่โฆษณาหน้าโรงและฉายโฆษณาในโรงก่อนหนังฉาย รวมแล้วก็ไม่เกิน 1,500 ล้านบาท/ปี เช่นกัน
แต่ขายคาแรกเตอร์ให้ไปผลิตเป็นสินค้าหรือไปประกอบกับสินค้าออกจำหน่าย คิดเฉพาะในไทยอย่างเดียวนี่ 5,000 ล้านบาท/ปี ครับ!
วอลท์ ดิสนีย์ ไม่ได้มีรายได้แต่จากราคาบัตรเข้าชมสวนสนุกของเขาทั่วโลกหรือจากหนังการ์ตูนแอนิเมชั่นต่างๆ หรือแม้แต่จากหนังสนุกแนวครอบครัวที่ส่งออกไปทั่วโลกเท่านั้นครับ
รายได้หลักของวอลท์ ดิสนีย์ มาจากการอนุญาตให้ใครต่อใครผลิตสินค้า เครื่องใช้ เครื่องเล่น ที่มีตัวคาแรกเตอร์ที่วอลท์ ดิสนีย์ ผลิตขึ้นมาต่างหาก
สิ่งที่ทำให้วอลท์ ดิสนีย์ ประสบความสำเร็จ นอกจากความคิดสร้างสรรค์แล้ว ก็คือความสามารถในการครองเครือข่ายการตลาดไปในระดับสากล
วาดหนึ่งครั้ง ขายได้ทั่วโลก เด็กเกือบทุกคนบนโลกใบนี้...แม้ไม่ได้เป็นเจ้าของผลผลิตของวอลท์ ดิสนีย์...แต่ก็ใฝ่ฝันจะได้ครอบครองสักชิ้น...สักอัน
บางครั้งต้องรอเก็บหอมรอมริบจนโตเป็นผู้ใหญ่จึงค่อยมีเงินไปตามซื้อ...มีอิทธิพลต่อคนที่รักศรัทธาจากความประทับใจในวัยเยาว์ ราวกับเป็นแรงบันดาลใจสำคัญ เช่น เจ้าหญิงต้องซินเดอเรลล่า
ถ้าแต่งตัวอย่างอื่นไม่ใช่เจ้าหญิง หุ่นชักต้องพีน็อกคีโอ แม้แต่แพนด้าสัตว์ประจำชาติจีน ดิสนีย์ก็เอาไปผลิตจนรวยเละ!
เรื่องเล่าอันน่าประทับใจของอาลาดิน อาหรับราตรี ซินแบด และโจรสลัดกัปตันคุก ไม่ได้เป็นเรื่องคนอเมริกันสักหน่อย แต่วอลท์ ดิสนีย์ สามารถเอาเรื่องเล่าในท้องถิ่นอื่นมาทำให้น่าติดตาม ให้เกียรติยกย่องเจ้าของถิ่นตามสมควร บวกกับใส่อารมณ์ขันแบบอเมริกันเข้าไป
ไม่เพียงขายได้ ขายดี...แต่ยังแผ่ขยายอิทธิพลทางความคิด สอนให้โลกขำอย่างที่คนอเมริกันขำ ซึ้งอย่างคนอเมริกันซึ้งไปได้ถ้วนทั่ว เป็นการแผ่ขยายทางวัฒนธรรมที่ถ้าทำถูกใจตลาดยังได้ทุนคืนบวกกำไรอีกต่างหาก
ยินดีกับพี่มากที่ทำยอดสถิติใหม่ในเมืองไทย และหวังจะได้เห็นการทำงานของคนไทย บริษัทส่งออกสินค้าไทย ศิลปินไทย ช่างเทคนิค นักออกแบบไทย รัฐบาล และระบบราชการไทยในการแปลงการส่งออกสินค้าสู่โลกรุ่นใหม่
สินค้าที่ไม่ได้ส่งออกที่ท่าเรือหรือท่าอากาศยาน สินค้าที่ไม่ต้องรอถูกจ้างผลิตถูกจ้างออกแบบ แต่เป็นสินค้าที่ขายผ่าน License หรือใบอนุญาตให้เอาความคิด ความสร้างสรรค์อันลึกซึ้ง แต่เป็นที่รู้จักแพร่หลายไปผลิตอีกที
วัตถุดิบที่เป็นเรื่องเล่า ตำนานสนุกๆ เหล่านี้...มีเต็มทุกลุ่มน้ำและหมู่เกาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เลยทีเดียว
ช่วยให้ไทยเล่าเรื่องของเพื่อนในอาเซียนให้โลกรู้จักสิครับ ว่าแต่...เรารู้จักเรื่องของเพื่อนบ้างไหม?







