
บทเรียนจากไทรน้อยครูและชุมชนร่วมจัดการ รร.ขนาดเล็ก
โดย...สุนทร พงษ์เผ่า
โดย...สุนทร พงษ์เผ่า
นโยบายยุบโรงเรียนขนาดเล็กของกระทรวงศึกษาธิการ ทำให้หลายชุมชนวิตกว่า โรงเรียนเก่าแก่อยู่คู่ชุมชนมานมนาน แต่มีนักเรียนไม่ถึง 60 คน ตามเกณฑ์อาจต้องถูกยุบ ซึ่งจะก่อปัญหาให้ผู้ปกครองที่ต้องรับส่งบุตรหลาน รวมทั้งนักเรียนที่ต้องเดินทางไกลและใช้เวลามากขึ้น
ปัญหานักเรียนมีน้อยนั้นเกิดขึ้นมานานแล้ว แต่สำหรับบางพื้นที่ก็สามารถจัดการกับปัญหานี้ได้ เช่น โรงเรียนประถมศึกษาขนาดเล็กจำนวน 3 โรงเรียน ในเขต ต.ไทรน้อย อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา ที่สำเริง บุญล้ำ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดปราสาททอง ต้องทำหน้าที่รักษาการผู้อำนวยการโรงเรียนอีก 2 แห่ง
สำเริง บอกเล่าประสบการณ์ว่า โรงเรียนวัดปราสาททองที่เขาเป็นผู้อำนวยการมีนักเรียน 72 คน โรงเรียนวัดไทรน้อย มี 49 คน และโรงเรียนวัดบุญกันนาวาส มี 53 คน มีข้าราชการครูรวมทั้งหมด 12 คน ครูจัดจ้าง 4 คน แต่ในฐานะที่รักษาการผู้อำนวยการทั้ง 3 โรงเรียน เขาได้บูรณาการครูและงบประมาณของทั้ง 3 โรงเรียนเข้าด้วยกัน โดยทำมากว่า 10 ปีแล้ว
“นักเรียนชั้นอนุบาลป.3 จะให้เรียนที่โรงเรียนในชุมชน เพราะเด็กยังเล็กและผู้ปกครองมักเดินมาส่งด้วยตัวเอง โรงเรียนในชุมชนที่ใกล้บ้านจะสะดวก รวมทั้งปลอดภัยและประหยัดค่าใช้จ่าย ส่วนชั้น ป.46 จะให้มาเรียนรวมกันที่โรงเรียนวัดปราสาททอง โดยมีรถรับส่งฟรีจากชุมชนมายังโรงเรียน”
สำเริง กล่าวว่า เด็ก ป.46 โตที่จะเดินทางด้วยตัวเองได้แล้ว หากไม่นำมาเรียนรวมกันก็ทำให้แต่ละโรงเรียนนักเรียนน้อยและครูไม่เพียงพอ หากมีการบริหารจัดการที่ดี โรงเรียนและชุมชนร่วมมือกัน บริหารอัตรากำลังครูและงบประมาณ เท่าที่กระทรวงศึกษาธิการจัดมาให้ ยืนยันว่าสามารถรักษาโรงเรียนขนาดเล็กไว้ได้แน่นอน
“ก่อนหน้านี้เคยถามชุมชนว่าจะยุบโรงเรียนดีไหม แต่คนในชุมชนยืนยันว่าไม่ยุบ ต้องการให้มีโรงเรียนไว้ในชุมชนเหมือนที่เคยมีมานานกว่า 60-70 ปี ผมมองว่าหากจะยุบโรงเรียนควรพิจารณาเป็นแห่งๆ ไป หากที่ไหนเล็กแต่ชุมชนต้องการและมีคุณภาพทางการศึกษา สามารถใช้งบประมาณเท่าที่กระทรวงจัดมาให้อย่างคุ้มค่าก็ไม่ควรยุบ”
บทเรียนประสบการณ์ของโรงเรียนและชุมชนไทรน้อย น่าจะเป็นแนวทางให้ทุกฝ่ายหาทางออกที่เหมาะสมกับเรื่องนี้ได้







