
กกต.มีมติ4ต่อ1ให้ยุบพรรคปชป.ส่งสำนวนให้อัยการพิจารณา
คณะกรรมการการเลือกตั้งมีมติ 4ต่อ1 ให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์ เตรียมส่งสำนวนให้อัยการสูงสุดพิจารณาต่อ
คณะกรรมการการเลือกตั้งมีมติ 4ต่อ1 ให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์ เตรียมส่งสำนวนให้อัยการสูงสุดพิจารณาต่อ
ที่ประชุม คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)นัดพิเศษ มีมติเสียงข้างมากให้ส่งเรื่องให้อัยการเสนอศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งยุบพรรคประชาธิปัตย์ในคดีเงินบริจาคเข้าพรรคจำนวน 258 ล้านบาท และคดีเงินกองทุนเพื่อพัฒนาพรรคการเมือง 29 ล้านบาทที่ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์
ทั้งนี้ กกต.วันนี้มีมติ 4 ต่อ 1 ในคดีเงินบริจาคเข้าพรรคฯ โดยเห็นว่าเข้าข่ายนิติกรรมอำพราง และมีมติเป็นเอกฉันท์ 5 ต่อ 0 ในคดีเงินกองทุนฯ เนื่องจากเข้าข่ายการรายงานไม่ตรงข้อเท็จจริง
สำหรับขั้นตอนต่อจากนี้ กกต.จะต้องจัดทำสำนวนเพื่อส่งไปให้อัยการสูงสุดพิจารณาภายใน 30 วัน โดยหากอัยการสูงสุดมีความเห็นสมควรส่งฟ้องก็จะส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาได้ทันทีโดยไม่มีเงื่อนเวลา
แต่หากอัยการสูงสุดยังมีความเห็นแตกต่างจาก กกต. ก็จะมีการตั้งคณะกรรมการร่วมทั้งจากฝั่งอัยการสูงสุดและ กกต. เพื่อพิจารณาสำนวนร่วมกัน โดยจะต้องดำเนินการพิจารณาให้เสร็จภายใน 30 วัน
อนึ่งในช่วงเช้าวันนี้ กกต.ได้นัดประชุมนัดพิเศษเพื่อเป็นการสอบถามความคืบหน้าจากคณะทำงานด้านกฎหมายของนายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธาน กกต. ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง ว่า ได้ดำเนินการเรื่องสำนวนคดีเงินบริจาคพรรคประชาธิปัตย์ 258 ล้านบาท คืบหน้าไปมากน้อยเพียงใดแล้ว จะสามารถทำสำนวนได้ทันวันที่ 20 เมษายน หรือไม่
สำหรับคดีดังกล่าว สำหรับคดีดังกล่าว เป็นผลมาจาก กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เสนอให้กกต.ตรวจสอบการกระทำของพรรคประชาธิปัตย์ จาก 2 กรณีคือ
1.พรรคประชาธิปัตย์รับเงินบริจาคจากบริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) ผ่านบริษัท เมสไซอะ แอนด์ ครีเอชั่น จำกัด เป็นจำนวนเงิน 258 ล้านบาท โดยทำสัญญาว่าจ้างจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ ซึ่งเป็นนิติกรรมอำพราง และถือว่าผิดตาม พ.ร.บ.พรรคการเมือง พ.ศ.2541มาตรา 66 (2) และ (3) ประกอบมาตรา 94 (3) (4) (5) พ.ร.บ.พรรคการเมือง พ.ศ.2550
2.พรรคประชาธิปัตย์ไม่ใช้จ่ายเงินจาก กกต.ให้เป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมายและไม่ยื่นบัญชีต่อกกต. ขัดต่อพ.ร.บ.พรรคการเมือง พ.ศ.2541 มาตรา 62 และ 65 ประกอบมาตรา 82 และ 93 แห่ง พ.ร.บ.พรรคการเมือง พ.ศ.2550 โดยมีเอกสารจำนวน 8 แฟ้ม ประกอบด้วยสำเนาหนังสือการร้องทุกข์และคำให้การของผู้ร้อง สำเนาคำให้การของกลุ่มผู้ร้องกล่าวอ้างสำเนาคำให้การของกลุ่มผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องรวมทั้งสิ้น 56 ปาก และพยานหลักฐานเกี่ยวกับเรื่องการเงินและภาษีรวมทั้งรายการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้รายงานข่าวเพิ่มเติมโพสต์ทูเดย์จะนำมาเสนอให้ทราบต่อไป***







