
โสภณยันแพนด้าคุ้มช่วยอุ้มช้างไทย
อดีต ผอ.องค์การสวนสัตว์ฯ ยัน ดึง “หลินปิง” อยู่ไทยคุ้มค่า สร้างรายได้ปีละ 3,000 ล้าน
อดีต ผอ.องค์การสวนสัตว์ฯ ยัน ดึง “หลินปิง” อยู่ไทยคุ้มค่า สร้างรายได้ปีละ 3,000 ล้าน
นายโสภณ ดำนุ้ย ประธานสวนสัตว์อาเซียน และอดีตผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยว่า การจ่ายเงินมากกว่า 44 ล้านบาทต่อปี เพื่อให้ครอบครัวแพนด้าอยู่ในประเทศไทยถือว่าไม่มากเมื่อเทียบกับรายได้ที่เข้า จ.เชียงใหม่ มากกว่า 3,000 ล้านบาทต่อปี
ขณะเดียวกัน รายได้ที่เข้าสู่องค์การสวนสัตว์ฯ สามารถนำไปดูแลสัตว์อื่นทั่วประเทศได้อีกด้วย ซึ่งที่ผ่านมา ช่วงช่วง หลินฮุ่ย และหลินปิง ก็เคยเป็นแกนหลักในการจัดโครงการหาทุนเพื่อดูแลช้างไทยนกกระเรียน และสัตว์หายากอื่นๆ นอกจากนี้การนำหลินปิงไปผสมพันธุ์ที่จีนแล้วนำกลับมาพร้อมลูกก็ยังสร้างมูลค่าเพิ่มให้สวนสัตว์ได้อย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้ทิ้งช้างไทย เพราะการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรเมื่อวันที่ 31 ก.ค. 2555 ที่ จ.สุรินทร์ ก็อนุมัติงบกว่า 500 ล้านบาท เพื่อดูแลช้าง โดยเกลี่ยงบประมาณให้ทั้งส่วนขององค์การบริหารส่วนจังหวัด องค์การสวนสัตว์ฯ รวมถึงสถาบันคชบาลแห่งชาติ ตลอดจนให้งบดูแลช้างเร่ร่อนด้วย
นายโสภณ กล่าวว่า งบประมาณขององค์การสวนสัตว์ฯ ได้กระจายให้สวนสัตว์อื่นๆ แล้ว เพื่อหาดาวเด่นให้แต่ละสวนสัตว์ดึงดูดนักท่องเที่ยวและหารายได้เพิ่มเติม
นางโซไรดา ซาลวาลา เลขาธิการมูลนิธิเพื่อนช้าง กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาในการก่อตั้งมูลนิธิกว่า 21 ปีที่ผ่านมา ไม่เคยได้รับเงินอุดหนุนจากภาครัฐ แม้รัฐบาลจะเคยอนุมัติงบประมาณดูแลช้าง แต่ก็กระจายใช้กับหน่วยงานของภาครัฐอย่างองค์การบริหารส่วนจังหวัดเท่านั้น ไม่เคยเอื้อมาถึงองค์กรเอกชน
“ค่าใช้จ่ายในการดูแลมูลนิธิ ซึ่งมีเจ้าหน้าที่กว่า 10 คน ช้างอยู่ประจำ 4 เชือก และช้างที่ป่วยเข้ามารับการรักษากับทางมูลนิธิ 10-20 เชือก ต่อเดือนราวๆ 1 ล้านบาท บางครั้งมีลูกช้างมาขอรับการรักษา ก็ต้องมีค่าใช้จ่ายในการซื้อนมเลี้ยงช้าง 25-28 ลิตรต่อช้าง 1 เชือก ในราคาลิตรละ 0 บาท ตัวเลขบัญชีของมูลนิธิตอนนี้ติดลบ ต้องนำเงินเก็บส่วนตัวมาใช้จ่ายในการดูแลช้างที่เจ็บป่วย” นางโซไรดา กล่าว
เลขาธิการมูลนิธิเพื่อนช้าง กล่าวว่า ปัญหาการดูแลช้างไม่ใช่เป็นเพียงปัญหาของท้องถิ่น แต่เป็นปัญหาระดับรัฐ ที่รัฐบาลควรให้ความใส่ใจ เพราะช้างเป็นสัตว์ประจำชาติไทย แต่กลับนำเงินไปทุ่มให้กับการเช่าแพนด้าปีละกว่า 44 ล้านบาท ทั้งที่จริงไม่ควรนำสัตว์ต่างถิ่นเข้ามาอยู่อาศัยในเขตแถบร้อน เพราะถือเป็นการขัดกับธรรมชาติของการดำรงชีพของสัตว์แต่ละชนิด







