
ซัด "ปลอด" คุกคาม ตั้งตนพญามังราย ลบหลู่ชาวเหนือ
ขอเตือนผู้ที่จะชุมนุมประท้วงว่าอย่ามาเด็ดขาด จะสั่งจับให้หมด จะไม่มีการจัดสถานที่ให้คนที่จะมาประท้วงแต่อย่างใด จะมีก็แต่จัดคุกไว้ให้เท่านั้น
โดย...ทีมข่าวในประเทศ
“ขอเตือนผู้ที่จะชุมนุมประท้วงว่าอย่ามาเด็ดขาด จะสั่งจับให้หมด จะไม่มีการจัดสถานที่ให้คนที่จะมาประท้วงแต่อย่างใด จะมีก็แต่จัดคุกไว้ให้เท่านั้น และจะไม่มีการพูดคุยเจรจาใดๆ ทั้งสิ้น จับอย่างเดียว และคนเชียงใหม่ก็ไม่ควรปล่อยให้คนพวกนี้ที่เหมือนขยะมาเกะกะด้วย”
คำขู่ของ ปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี ต่อผู้ที่เตรียมชุมนุมประท้วงการประชุมระดับผู้นำด้านน้ำแห่งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ครั้งที่ 2 ที่ จ.เชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 14-20 พ.ค.นี้ ว่าเหมือนขยะ และจะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมดำเนินคดีทั้งหมด ไม่ได้สร้างความหวั่นไหวแก่ภาคประชาชนแม้แต่น้อย
นิวัฒน์ ร้อยแก้ว ที่ปรึกษาเครือข่ายอนุรักษ์ทรัพยากรและวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขงล้านนา อ.เชียงของ จ.เชียงราย ระบุว่า คำพูดดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงรากฐานทางความคิดคำว่าประชาธิปไตยของปลอดประสพได้อย่างหมดเปลือก ซึ่งทางเครือข่ายไม่กังวล และยืนยันจะจัดเวทีคู่ขนานเกี่ยวกับการจัดการน้ำแน่นอน
นอกจากนี้ การที่ปลอดประสพจะแสดงละครต้อนรับผู้นำประเทศต่างๆ โดยอ้างตัวเองเป็นพญามังรายซึ่งเป็นปฐมกษัตริย์แห่งล้านนา ถือเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมอย่างมาก เหมือนกับเป็นการลบหลู่บุคคลที่ชาวเหนือเคารพและศรัทธา และหากเนื้อหาละครเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำและท้าทายฟ้า ถือว่าเป็นการลบหลู่และดูหมิ่นพญามังรายเป็นอย่างยิ่ง
นิวัฒน์ กล่าวว่า การจัดการน้ำในสมัยพญามังรายนั้น ประชาชนมีส่วนร่วมเป็นสำคัญเห็นได้จากการทำระบบเหมืองฝาย ซึ่งมีกฎกติกาของชุมชนคอยกำกับดูแล และกลายเป็นส่วนหนึ่งของมังรายศาสตร์ ที่สำคัญคือพญามังรายไม่เคยท้ารบกับฟ้ากับแถน ดังนั้นไม่ควรมีการกระทำใดๆ บิดเบือนสิ่งที่พญามังรายได้คิดและถ่ายทอดเป็นมรดกให้ลูกหลานชาวล้านนา
“หากเป็นสมัยก่อน ใครก็ตามที่เอาแนวความคิดของพระมหากษัตริย์ไปบิดเบือนจะถูกข้อหาฉกรรจ์มีโทษประหารอย่างเดียว” นิวัฒน์ กล่าว
ด้าน รุ่ง ใจมา นักวิชาการท้องถิ่นและกรรมการสถาบันยวนศึกษา จ.เชียงราย อธิบายว่า วิธีจัดการน้ำของพญามังราย คือ ระบบเหมืองฝาย โดยในมังรายศาสตร์ซึ่งถือเป็นกฎหมายที่เริ่มตราใช้ในสมัยพญามังรายเป็นต้นมา ทุกฉบับกล่าวตรงกันว่า “ควรแต่หื้อไพร่มีมื้อเปลี่ยนกัน หื้ออยู่บ้านสร้างเหมืองฝายไร่นาเรือกสวนที่ดิน หื้อไพร่มีที่ทำกิน อย่าหื้อไพร่เป็นทุกข์” แสดงว่าระบบเหมืองฝายเป็นสิ่งสำคัญมากในสมัยนั้น
“คนที่บิดเบือนแนวคิดนี้จะมีโทษหนักหนาสาหัสตรงที่หมิ่นพระบรมเดชานุภาพของพญามังรายปฐมกษัตริย์ชาวยวนล้านนา เอาสิ่งที่พญามังรายไม่เคยปฏิบัติมาเปลี่ยนเป็นเคยทำ ถือว่าบิดเบือนประวัติศาสตร์ ควรประหารชีวิตเจ็ดชั่วโคตร”นักวิชาการผู้นี้ กล่าว
เช่นเดียวกับ สมเกียรติ เขื่อนเชียงสา ผู้ประสานงานกลุ่มรักษ์เชียงของ กล่าวว่า ภาคประชาชนต้องการแสดงออกถึงแนวคิดเรื่องการจัดการน้ำ โดยเฉพาะภาคเหนือที่มีประวัติศาสตร์เรื่องการจัดการน้ำมาตั้งแต่สมัยพญามังราย
“ไม่มีใครคิดไปประท้วงทำให้ประเทศเสียหายหรอก คนอื่นเขาก็รักประเทศเหมือนกัน คุณปลอดประสพอย่ามาผูกขาดความรักประเทศอยู่คนเดียว พวกเราต้องการเป็นส่วนหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นระบบการจัดการน้ำที่ควรมีมุมมองของภาคประชาชนด้วย ดังนั้นควรรับฟังกันบ้าง ไม่ใช่ดีแต่มาข่มขู่ เพราะวิธีการเยี่ยงนั้น มันไม่ใช่หลักของประชาธิปไตย”สมเกียรติ กล่าว
ด้าน หาญณรงค์ เยาวเลิศ ประธานสมัชชาองค์กรเอกชนด้านสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า เป็นคำพูดที่ดูถูกเหยียดหยาม ข่มขู่คุกคาม และไม่น่าจะมาจากปากคนที่เป็นถึงรองนายกรัฐมนตรี
นอกจากนี้ รูปแบบการคุกคามยังมีการให้เจ้าหน้าที่สันติบาลและเจ้าหน้าที่ตำรวจมาสอบถามข้อมูลความเคลื่อนไหวถึงสำนักงานและบ้านพักส่วนตัวของคนที่ทำงานด้านทรัพยากรน้ำ และโทรศัพท์ติดตามอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดความกังวลใจและรู้สึกไม่ปลอดภัย
“การที่ภาคประชาชนจะมีข้อเสนอต่อรัฐบาลและที่ประชุม เป็นสิทธิการแสดงออกตามรัฐธรรมนูญ รัฐบาลควรจะยินดีที่มีหลายฝ่ายร่วมกันหาทางออกในประเด็นทรัพยากรน้ำ และมองการจัดการทรัพยากรน้ำอย่างมีส่วนร่วม สร้างหลักการทำงานร่วมกันมากกว่านี้” หาญณรงค์ กล่าว







