
ญี่ปุ่น จีน เกาหลีใต้ กับศาลเจ้ายาสุกุนิ (2)
ถ้าย้อนรอยประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างญี่ปุ่นกับเกาหลีใต้ก็คงจะต้องเริ่มกันตั้งแต่ช่วงหลังเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยในระหว่างปี 1951-1965 หรือประมาณ 14 ปี ผู้นำของประเทศทั้งสองได้พยายามเจรจากันมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อคืนสถานะความสัมพันธ์ทางการทูตให้เป็นปกติต่อกัน และก็ประสบผลสำเร็จเมื่อผู้นำทั้งสองประเทศร่วมลงนามใน “สนธิสัญญาว่าด้วยความสัมพันธ์ขั้นพื้นฐานระหว่างญี่ปุ่นกับเกาหลีใต้” ในวันที่ 22 มิ.ย. 1965 และใช้สนธิสัญญาดังกล่าวมาจนถึงปัจจุบัน
ถ้าย้อนรอยประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างญี่ปุ่นกับเกาหลีใต้ก็คงจะต้องเริ่มกันตั้งแต่ช่วงหลังเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยในระหว่างปี 1951-1965 หรือประมาณ 14 ปี ผู้นำของประเทศทั้งสองได้พยายามเจรจากันมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อคืนสถานะความสัมพันธ์ทางการทูตให้เป็นปกติต่อกัน และก็ประสบผลสำเร็จเมื่อผู้นำทั้งสองประเทศร่วมลงนามใน “สนธิสัญญาว่าด้วยความสัมพันธ์ขั้นพื้นฐานระหว่างญี่ปุ่นกับเกาหลีใต้” ในวันที่ 22 มิ.ย. 1965 และใช้สนธิสัญญาดังกล่าวมาจนถึงปัจจุบัน
สาระสำคัญของสนธิสัญญา ได้แก่ การกำหนดระเบียบปฏิบัติเป็นข้อตกลงร่วมกันในการแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สิน การอ้างสิทธิ รวมทั้งความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศ โดยญี่ปุ่นถือว่าเป็นสนธิสัญญาที่ญี่ปุ่นกับเกาหลีใต้สามารถยุติความขัดแย้งเกี่ยวกับทรัพย์สินและการอ้างสิทธิที่มีมาตั้งแต่สมัยสงครามโลกลงได้อย่างเบ็ดเสร็จ โดยผ่านความยินยอมจากทั้งสองรัฐบาล
ประมาณเดือน ม.ค. 2005 รัฐบาลเกาหลีใต้เปิดเผยเอกสารทางการทูตกว่า 1,200 หน้าต่อสาธารณชนถึงกระบวนการจัดทำและเนื้อหาสาระของสนธิสัญญาข้างต้น โดยในรายละเอียดเป็นที่ชัดเจนว่ารัฐบาลเกาหลีใต้ยอมรับเงินจำนวน 800 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อเป็นการชดเชยความสูญเสียที่ญี่ปุ่นก่อไว้สมัยช่วงตั้งแต่ก่อนเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยในข้อตกลงมีการระบุไว้ว่า รัฐบาลเกาหลีใต้จะไม่สามารถเรียกร้องค่าความเสียหายเพิ่มได้
สิ่งที่ยังเป็นปัญหาก็คือ แทนที่รัฐบาลเกาหลีใต้จะนำเงินดังกล่าวไปเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการรุกรานของญี่ปุ่น แต่กลับนำเอาเงินดังกล่าวทุ่มลงไปกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างเขื่อน สร้างทางด่วน และอื่นๆ จนทำให้ชาวเกาหลีใต้จำนวนมากแสดงความไม่พอใจ และยังคงเรียกร้องขอค่าเสียหายจากรัฐบาลอยู่จนกระทั่งถึงทุกวันนี้
นับตั้งแต่มีสนธิสัญญาทางการทูตร่วมกัน ทั้งญี่ปุ่นและเกาหลีใต้มีการจัดประชุมระดับรัฐมนตรีต่างประเทศร่วมกันเป็นประจำทุกปี โดยวาระหลักๆ ของการประชุมจะว่าด้วยเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการค้าของสองประเทศ สถานภาพของชนกลุ่มน้อยเกาหลีในญี่ปุ่น รวมถึงเนื้อหาสาระในตำราเรียนที่ว่าด้วยความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ
จะว่าไปแล้วความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีใต้กับญี่ปุ่นในช่วงหลังๆ ถึงแม้ว่าจะมีการกระทบกระทั่งกันบ้างจากเหตุการสักการะศาลเจ้า แต่การพึ่งพาทางด้านเศรษฐกิจซึ่งกันและกันของสองประเทศก็ทำให้ปัญหาทางการเมืองคลี่คลายอุณหภูมิลงไปได้อย่างมหันต์ สามารถกล่าวได้ว่า ความร่วมมือทางเศรษฐกิจมีส่วนช่วยให้ความสัมพันธ์ทางการเมืองระหว่างสองประเทศดีขึ้น
สิ่งที่น่าจับตามองต่อไป ได้แก่ ความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับญี่ปุ่นที่ยังคงมีปัญหาการครอบครองกรรมสิทธิ์หมู่เกาะในทะเลจีนตะวันออก ว่าผลสุดท้ายจะลงเอยอย่างไร







