
สังคมโพสต์ทูเดย์
โพสต์ทูเดย์ 1 ทศวรรษที่ยั่งยืน อำลาโรงเรียนของหนู อยู่ในมือคุณผู้อ่านแล้วครับ ...
โพสต์ทูเดย์ 1 ทศวรรษที่ยั่งยืน อำลาโรงเรียนของหนู อยู่ในมือคุณผู้อ่านแล้วครับ ...
... ไม่เสียชาติเกิดได้เห็นความพิลึกพิลั่นจากรัฐบาลชุดนี้ สรรค์สร้างสังคมกลับตาลปัตร สิ่งที่ควรทำไม่ทำ แต่สิ่งไม่ควรกลับทำกันจัง ...
... ประเดิมข่าวร้ายรับเปิดเทอมกับนโยบายของพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกฯ และ รมว.ศึกษาธิการ ประกาศยุบโรงเรียนขนาดเล็กหมื่นสี่พันกว่าแห่ง ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ด้วยการอ้างว่าขาดคุณภาพทางการศึกษา โดยให้ย้ายไปรวมกับโรงเรียนที่มีขนาดใหญ่กว่า ...
... โรงเรียนขนาดเล็กที่ใกล้ถึงคราวปลดป้าย ส่วนใหญ่หนีไม่พ้นโรงเรียนตาม ป่า ดอย ซึ่งการกำเนิดโรงเรียนเหล่านี้เพื่อขยายโอกาสให้กับเด็ก เยาวชน ที่อยู่ในถิ่นทุรกันดารได้เข้าถึงการศึกษา ...
... พลิกปูมพงศ์เทพเคยเป็นอดีตผู้พิพากษา อาจช่ำชองข้อกฎหมาย กระบวนการยุติธรรม ไม่แปลกจึงร่วมคณะยำร่างรัฐธรรมนูญและร่วมทีมกฎหมายสู้คดีพระวิหารต่อศาลโลก ...
... แต่กับการมาเป็นเสนาบดีกระทรวงศึกษาธิการ ชักไม่แน่ใจว่าพงศ์เทพให้ความสำคัญต่อการศึกษาเหมือนกับความกระเหี้ยนกระหือรือแก้รัฐธรรมนูญเพื่อนายใหญ่หรือไม่ ...
... ผลงานจึงได้ออกมาด้วยการอยากยุบโรงเรียนขนาดเล็ก เอาจริงเอาจังกับการปฏิวัติทรงผมนักเรียน หรือแม้แต่รับลูกจัดซื้อแท็บเล็ตแจกเด็กประถมศึกษาปีที่ 1 จนกลายเป็นวิชาฝึกจีบนิ้วลากหน้าจอไปมา ก่อนเป็นซากวัตถุโบราณส่งมอบให้เด็กเมื่อจบ ป.3 เอาไว้ทิ้งขยะหลังบ้าน ซึ่งมันก็หาใช่การเข้าถึงแก่นแท้การศึกษาอย่างแท้จริง แต่เป็นมรดกบาป สืบทอดต่อๆ กันไป ...
... กลับมาที่โรงเรียนของหนู ณ ดินแดนไกลปืนเที่ยง จึงเกิดครูบ้านนอก เหล่าจิตอาสาพัฒนา พยายามเข้าไปช่วยเหลือฟื้นฟูสถานศึกษาให้กับนักเรียนตัวน้อยได้มีความรู้ หลายรายเติบโตเป็นทรัพยากรสำคัญของชาติ ก็เริ่มต้นมาจากโรงเรียนขนาดเล็ก สามารถยืนหยัดต่อสู้บนโลกที่มีผู้จ้องสร้างความโสมม ให้ความคิดผิดๆ มิใช่หรือ ...
... แทนที่ภาครัฐควรเติมเต็มในสิ่งที่พวกเขาขาดแคลน แต่วิธีคิดของนักการเมืองที่ถูกกำหนดนิยามสวยหรูเป็นตัวแทนของประชาชน เมื่อได้นั่งเป็นเจ้ากระทรวงศึกษาชาติ กลับมีมุมมองแบบบวกลบคูณหาร คำนึงถึงธุรกิจทางการศึกษามากกว่าขยายโอกาสทางการศึกษา ...
... พ่อแม่ของน้องหนูตัวน้อยที่จัดแจงข้าวปลาอาหารใส่ปิ่นโตให้ลูกของตัวเองปั่นจักรยานไปโรงเรียนเอง เพราะอยู่ไม่ไกลภูมิลำเนา หรือบางแห่งถึงกับข้ามแพขึ้นฝั่งไปโรงเรียน พวกเขาเหล่านั้นคงไม่รู้จักหรอกกับคำว่า “แป๊ะเจี๊ยะ” ต้องหันมาเตรียมเศษสตางค์เพื่อจ่ายค่าเล่าเรียนโรงเรียนแห่งใหม่ที่ใหญ่กว่า ...
... แต่พวกเขารู้อย่างเดียวว่า อยากให้ลูกได้มีการศึกษา ซึ่งถ้าเหลือบ่ากว่าแรงจริงๆ ไม่สามารถสนับสนุนได้ คงต้องให้ลูกอยู่เลี้ยงไอ้ทุยแดงเฝ้าดูกินหญ้าไปวันๆ นั่นแหละท่าน ...
... ไม่ต่างกับการที่รัฐบาลปลุกปั้นงบประมาณ 2 ล้านล้านบาท นำไปสร้างรถไฟความเร็วสูงขนผักเป็นหลัก แต่ไม่ได้จัดสรรงบประมาณฟื้นฟูถิ่นทุรกันดารเพื่อเป็นการส่งเสริมให้เด็ก เยาวชน บุคลากรทางการศึกษาได้มีสิทธิเท่าเทียมความเจริญเหมือนในเมือง ...
...ไม่ต้องถึงขั้นเจริญเหมือนก็ได้ เพราะรู้อยู่ถึงข้อจำกัดหลายประการ เพียงขอน้ำไหลไฟสว่าง ให้คนเหล่านี้สัญจรอย่างปลอดภัย ได้มีอุปกรณ์ทางการศึกษาโดยไม่จำเป็นต้องแพงเวอร์ เอาแค่สามารถสร้างฐานทางปัญญาให้กับเด็กเหล่านี้ เจ้ากระทรวงศึกษาธิการเคยมีวิธีคิดแบบนี้บ้างไหม ...
... ไม่ใช่แต่พ่นน้ำลายจ้องยุบโรงเรียนขนาดเล็ก เพื่อเพิ่มคุณภาพทางการศึกษาเท่านั้น แต่คุณภาพทางการศึกษาที่จะมีขึ้นในโรงเรียนขนาดใหญ่จะตามมาด้วยต้นทุนที่สูงขึ้นของผู้แสวงหาโอกาสทางการศึกษา และอาจดับอนาคตการศึกษาของเขาไปเลย...







