7 ยุทธศาสตรืแก้อีสานแล้งยั่งยืน
เพื่อหาทางออกสำหรับการแก้ปัญหาภัยแล้ง กรมทรัพยากรน้ำผลักดันให้มี “โครงการระบบเครือข่ายน้ำในพื้นที่วิกฤตน้ำ 19 พื้นที่”
เพื่อหาทางออกสำหรับการแก้ปัญหาภัยแล้ง กรมทรัพยากรน้ำผลักดันให้มี “โครงการระบบเครือข่ายน้ำในพื้นที่วิกฤตน้ำ 19 พื้นที่” เพื่อจัดการระบบน้ำในลุ่มน้ำโขง–อีสาน ชี มูล พื้นที่กว่า 104.60 ล้านไร่ โดยได้ยกแนวพระราชดำริมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อคุณภาพชีวิตของชาวอีสานแบบยั่งยืน
กรมทรัพยากรน้ำมีภาระหน้าที่ในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในภาพรวมของประเทศ โดยมีแนวความคิดที่จะแก้ปัญหาด้านทรัพยากรน้ำแบบบูรณาการ เพื่อสร้างสมดุลยภาพการใช้น้ำให้ทุกภาคส่วน อีกทั้งยังจะพัฒนาระบบเครือข่ายน้ำไปยังพื้นที่วิกฤตน้ำที่ขาดแคลนด้วยความเร่งด่วน
นั่นจึงทำให้เกิด “โครงการระบบเครือข่ายน้ำในพื้นที่วิกฤตน้ำ 19 พื้นที่” ขึ้นเพื่อศึกษาความเหมาะสมของระบบเครือข่ายและระบบกระจายน้ำให้ทั่วถึงไร่นาและแปลงเพาะปลูกของเกษตรกร รวมทั้งการกระจายน้ำไปยังหมู่บ้านที่ขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคตามโครงการ (Feasibility Study : FS) พร้อมทั้งศึกษาและจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม สังคมและสุขภาพ (Environmental Impact Assessment : EIA) และศึกษาประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (Strategic Environmental Assessment : SEA) ในระดับลุ่มน้ำโขง–อีสาน ชี มูล ซึ่งมีพื้นที่ทั้งหมด 167,356 ตร.กม. หรือประมาณ 104.60 ล้านไร่ ครอบคลุมพื้นที่การปกครอง 20 จังหวัด รวมประชากรทั้งสิ้น 21.57 ล้านคน
แผนหลักการบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการในลุ่มน้ำโขง ชี มูล ประกอบด้วย 7 ยุทธศาสตร์ คือ
1.ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ประกอบด้วยการพัฒนาตามแผนของหน่วยงานตามการพัฒนาโครงการระบบเครือข่ายน้ำ และเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุน ซึ่งแบ่งเป็นการพัฒนาโครงการโดยการผันน้ำจากแม่น้ำโขง และระบบเครือข่ายน้ำ
2.ยุทธศาสตร์การฟื้นฟูและอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้และทรัพยากรที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มที่ป่าไม้ ให้มีสัดส่วน ประมาณร้อยละ 25 ของพื้นที่ภาคอีสาน หรือประมาณ 26 ล้านไร่ เพื่อก่อสร้างฝายต้นน้ำ สำหรับกักเก็บน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำตอนบน
3.ยุทธศาสตร์การพัฒนาพื้นที่เกษตรชลประทาน โดยการเสนอให้มีการปลูกพืชอาหารและพืชพลังงานรวม 9 ชนิด ได้แก่ ข้าว อ้อย มันสำปะหลัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ยางพารา ปาล์มน้ำมัน ข้าวฟ่างหวาน ถั่วเหลือง และไม้ผล
4.ยุทธศาสตร์การพัฒนาฐานการผลิตอุตสาหกรรมอาหารและพลังงานของประเทศ เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตวัตถุดิบให้เพียงพอกับความต้องการของโรงงานเอทานอลและความต้องการของตลาดอุตสาหกรรมเดิม
5.ยุทธศาสตร์การพัฒนาพลังงานทางเลือก เพื่อทดแทนพลังงานฟอสซิล ในการขับเคลื่อนโครงการ พลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานชีวมวล
6.ยุทธศาสตร์การเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของภูมิภาค เนื่องจากบทบาทที่โดดเด่นของประเทศไทย ในการผลิตอาหารเพื่อประชากรโลก อีกทั้งภาคอีสานยังเป็นศูนย์กลางของ AEC อีกด้วย
7.ยุทธศาสตร์การจัดผังการใช้ที่ดิน การปิดล้อมพื้นที่ชุมชนและพื้นที่เศรษฐกิจหลัก และการแก้ปัญหาดินเค็ม
โดยแต่ละขั้นตอนได้ให้ประชาชนและชุมชนมีส่วนร่วม และที่ผ่านมามีการจัดการประชุมสัมมนาอย่างต่อเนื่อง 4 ครั้ง มีผู้เข้าร่วมประชุมสัมมนารวมทั้งสิ้น 6,873 คน นอกจากนี้ยังได้รับความร่วมมืออย่างดีจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักทรัพยากรน้ำภาคส่วนประสานและบริหารจัดการลุ่มน้ำ
ชัยพร ศิริพรไพบูลย์ รองอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สรุปว่า “แนวทางการพัฒนาโครงการเพื่อการบริหารจัดการน้ำที่ได้จากการจัดทำโครงการ คือ การผันน้ำโขงในช่วงฤดูฝน เพื่อทำการเก็บกักในแหล่งน้ำที่มีอยู่ และสร้างขึ้นใหม่มาใช้ในฤดูแล้ง โดยใช้ระบบคลองส่งน้ำและกระจายน้ำโดยระบบท่อร่วมกับการปรับปรุงประสิทธิภาพแหล่งเก็บกักน้ำในพื้นที่ และการขุดสระเก็บน้ำในไร่นา ตามแนวพระราชดำริ
“สำหรับกลยุทธ์ในการพัฒนา จะส่งเสริมการปลูกพืชอาหารและพืชพลังงานที่ใช้น้ำน้อย อีกทั้งกำหนดการให้น้ำอยู่ที่ 500 ลบ.ม./ไร่/ปี ซึ่งพอเพียงสำหรับการเพิ่มผลผลิตประมาณเท่าตัว สำหรับพืช เช่น อ้อย มันสำปะหลัง”


