
‘เอี้ยง’ ยกทัพยึดเมือง
ผู้บริหารท้องถิ่นที่ไหนคิดจะตัดโค่นต้นไม้ในชุมชน ก็จงดูบทเรียนที่เกิดขึ้นกับคนสุรินทร์เอาไว้นะครับ
ผู้บริหารท้องถิ่นที่ไหนคิดจะตัดโค่นต้นไม้ในชุมชน ก็จงดูบทเรียนที่เกิดขึ้นกับคนสุรินทร์เอาไว้นะครับ
สามปีแล้วที่ชาวบ้านย่านถนนสาร ถนนเทศบาลหนึ่ง และบริเวณสี่แยกตลาดสดเขตเทศบาลเมืองสุรินทร์ ซึ่งถือเป็นย่านใจกลางเมือง และเขตเศรษฐกิจ ที่สำคัญของ จ.สุรินทร์ ต้องเผชิญกับฝูงนกเอี้ยงนับหมื่นตัว ซึ่งมิใช่แค่เกาะสายไฟฟ้าริมถนน แต่ยังบุกเข้าไปยึดตึกรามบ้านช่องใจกลางเมืองสุรินทร์เป็นที่พักอาศัย ส่งเสียงร้องเจี๊ยวจ๊าวดังระงมเพื่อแย่งชิงพื้นที่ บ้างจิกตีถ่ายมูลจนเลอะเทอะไปทั่ว
ชาวบ้านบอกว่า เมื่อก่อนนกเอี้ยงเหล่านี้มีไม่มากนักและจะรวมกันอยู่บนต้นไม้แถวชุมสาย เขตเทศบาลเมืองสุรินทร์ แต่พอต้นไม้แถวนั้นถูกตัดโค่นก็พากันอพยพมาอยู่ตามอาคารแถวนี้
เจ้าของอาคารต่างๆ หลายแห่งในพื้นที่ซึ่งถูกฝูงนกเอี้ยงบุกเข้ามายึดครอง สรรหาสารพันวิธีป้องกันฝูงนก บ้างก็นำตาข่ายมาปิดกั้นห้องและอาคาร บ้างนำกระป๋องต่างๆ มาผูกเชือกห้อยระโยงระยาง หวังให้เสียงกระป๋องที่กระทบกันไล่นกเอี้ยงออกไป ส่วนบางคนก็นำแผ่นซีดีเปล่ามาผูกไว้เพื่อไล่นกเอี้ยง แต่วิธีการดังกล่าวก็ไม่ได้ช่วยอะไรให้ดีขึ้นเลย
แต่ที่ชาวบ้านหวั่นใจที่สุด เห็นจะเป็นมูลนกที่เกลื่อนกลาดตามผนังอาคารบ้านเรือนและท้องถนน เกรงว่าอาจมีเชื้อโรคส่งผลกระทบต่อสุขอนามัย แม้ทางเทศบาลเมืองสุรินทร์จะพ่นฉีดยาฆ่าเชื้อโรคทางเท้าเป็นประจำปีละ 1 ครั้ง แต่ก็ไม่ช่วยให้ชาวบ้านที่เผชิญกับการคุมคามของฝูงนกนับหมื่นตัวเป็นประจำทุกวัน คลายใจลงไปได้
ขณะที่ผู้บริหารเทศบาลเมืองสุรินทร์ก็หนักอกกับการแก้ปัญหา ด้านหนึ่งปล่อยมานานชาวบ้านเดือดร้อนหนักก็ด่าเทศบาล แต่ครั้นจะหาวิธีจัดการก็ต้องทำอย่างระวัง มิให้เป็นการทารุณกรรมสัตว์
พรชัย มุ่งเจริญพร รองนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองสุรินทร์ ฝ่ายสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม บอกว่า มีการศึกษาปัญหาที่เกิดขึ้นของแต่ละท้องถิ่น ที่เคยประสบปัญหาเกี่ยวกับเรื่องนี้มาแล้ว และได้ปรึกษากับหน่วยงานต่างๆ อาจจะมีขั้นตอนหลายๆ ย่าง ทั้งการขับไล่บ้าง การกำจัดโดยวิธีผิดศีลธรรมบ้าง ก็พยายามปรึกษาหารือกันว่าจะหาทางออกในเรื่องนี้เช่นไร
สรุปว่า ยังไม่รู้จะจัดการอย่างไร ใช่มั้ย ขะรับ







