
ม็อบสะเอียบฮือล้มเวทีเขื่อนน้ำยมบน-ล่าง
ชาวสะเอียบเชียงม่วนบุกล้มเวทีเขื่อนยมตอนบนยมตอนล่าง พร้อมไล่เจ้าหน้าที่กรมชลฯ และที่ปรึกษาหนีวุ่น
ชาวสะเอียบเชียงม่วนบุกล้มเวทีเขื่อนยมตอนบนยมตอนล่าง พร้อมไล่เจ้าหน้าที่กรมชลฯ และที่ปรึกษาหนีวุ่น
กลุ่มประชาชนจาก 4 หมู่บ้าน ต.สะเอียบ อ.สอง จ.แพร่ และ ต.เชียงม่วน อ.เชียงม่วน จ.พะเยา กว่า 500 คน ได้รวมตัวกันที่บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอเชียงม่วน จ.พะเยา เพื่อขับไล่เจ้าหน้าที่กรมชลประทานและบริษัทที่ปรึกษา คือ บริษัท ปัญญา คอนซัลแตนท์ ขณะจัดเวทีปฐมนิเทศ และรับฟังความคิดเห็นวิเคราะห์ผลกระทบการก่อสร้างเขื่อนแม่น้ำยมตอนบน และเขื่อนแม่น้ำยมตอนล่าง ทำให้เจ้าหน้าที่กรมชลประทานและที่ปรึกษาต้องหนีกันโกลาหล แต่ไม่มีเหตุร้ายเกิดขึ้น
นายสมมิ่ง เหมืองช้าง แกนนำชาวบ้าน เปิดเผยว่า จากติดตามข้อมูลของการสร้างเขื่อนทั้งสองแห่ง คือ โครงการที่เปลี่ยนมาจากเขื่อนแก่งเสือเต้นเป็นเขื่อนแม่น้ำยมตอนบนตอนล่าง แต่ปัญหาที่ซ้ำเติมคือน้ำท่วมพื้นที่ทำกินของประชาชนชาวเชียงม่วนถึง 11 หมู่บ้าน โดยเฉพาะ ต.มาง และ ต.สระ พื้นที่ทำกินสองฟากฝั่งแม่น้ำยมของ 2 ตำบล มีมากกว่า 1,000 ไร่ หากต้องถูกน้ำท่วมประชาชนจะอยู่อย่างไร เพราะไม่มีที่ทำกินแล้วคงอยู่ไม่ได้อีก จึงไม่ยอมให้สร้างตั้งแต่รุ่นแก่งเสือเต้นมาแล้ว
นายสมมิ่ง กล่าวว่า ที่ผ่านมากรมชลประทานไม่เคยให้เกียรติประชาชน ไม่เคารพสิทธิชุมชน สิทธิประชาชน ให้ข้อมูลไม่หมด เพราะกลัวว่าประชาชนไม่ยอม จึงได้ให้ข้อมูลที่ไม่เป็นความจริงครั้งแล้วครั้งเล่า จากแก่งเสือเต้นมาถึงเขื่อนแม่น้ำยมตอนบนตอนล่าง ทราบว่ารัฐบาลจะต้องใช้งบประมาณก่อสร้างถึง 1.5 หมื่นล้านบาท งบประมาณแผ่นดินจำนวนมหาศาลไม่ควรนำมาสิ้นเปลืองละลายน้ำกับการสร้างเขื่อน
แกนนำชาวบ้านกล่าวอีกว่า ดังนั้นขอให้กรมชลประทานยกเลิกสัญญาจ้างบริษัทที่ปรึกษาและยกเลิกโครงการก่อสร้างเขื่อนดังกล่าว ตลอดทั้งนำเงินงบประมาณแผ่นดินคืนคลัง เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ด้านการศึกษาให้แก่เด็กๆ ต่อไปดีกว่าที่จะสร้างเขื่อน
“สิ่งเดียวที่พวกเราจะยุติความอยากของหน่วยงานรัฐและเอกชนที่จะต้องการผลักดันสร้างเขื่อนให้ได้ คือ การไม่ให้มีการจัดเวทีใดๆ ขึ้น เพื่อนำข้อมูลมาหลอกลวงพวกเราได้อีก ดังนั้นจึงเกิดพลังความร่วมมือระหว่างชาวเชียงม่วนกับพี่น้องสะเอียบ หากรัฐบาลยังไม่ยุติ คณะกรรมการคัดค้านเขื่อนฯ จะหาโอกาสนำข้อมูลที่เป็นทางออกของการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและแล้ง เสนอต่อรัฐบาลอีกครั้งหนึ่ง” นายสมมิ่ง กล่าว







