
ปปช.เกาะติดเงินกู้2ล้านล.
องค์กรต้านคอร์รัปชั่นเล็งสอบร่างทีโออาร์ชัชชาติรับถูกด่าแต่พร้อมรับฟังความเห็น
องค์กรต้านคอร์รัปชั่นเล็งสอบร่างทีโออาร์ชัชชาติรับถูกด่าแต่พร้อมรับฟังความเห็น
ปปช.จับตากู้ 2 ล้านล้านน้ำ ระบุผิดหลายขั้นตอน องค์กรต้านคอร์รัปฯ เตรียมส่งคนประกบร่างทีโออาร์
นางสิริลักษณา คอมันตร์ ที่ปรึกษาคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวในงานเสวนาสาธารณะ เรื่องเงินกู้ 2 ล้านล้านบาท จัดโดยสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ว่า ป.ป.ช.กำลังติดตามรายละเอียดของโครงการลงทุน 2 ล้านล้านบาทอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีหลายประเด็นที่ไม่ชัดเจน และโครงการยังไม่ผ่านการศึกษาความเป็นไปได้ด้านความคุ้มค่าทางการเงินอย่างละเอียด 11 โครงการ วงเงินสูงกว่า 9 แสนล้านบาท โดยเฉพาะโครงการรถไฟความเร็วสูง มีโครงการที่ยังไม่ได้ศึกษาวิเคราะห์ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอีก 18 โครงการ วงเงินกว่า 5 แสนล้านบาท
นอกจากนี้ ป.ป.ช.เป็นห่วงว่าการทำโครงการลักษณะของจ้างเหมาเบ็ดเสร็จ (Turn key) ไม่มีความชัดเจนเท่าที่ควร ซึ่งต้องดูบทเรียนจากอดีตด้วย ทั้งโครงการโฮปเวลล์ ที่ต้องทิ้งโครงการ โครงการสนามบินสุวรรณภูมิ ที่ต้องหยุดซ่อมเร็วกว่าที่ควรจะเป็น
ทั้งนี้ ตัวอย่างโครงการที่มีปัญหาและอยากให้ศึกษาไว้ คือ โครงการบริหารจัดการน้ำ ที่เสนอกรอบความคิด (Conceptual Plan) เพื่อออกแบบก่อสร้างระบบบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน และระบบแก้ไขปัญหาอุทกภัย โดยใช้วิธีจ้างด้วยการออกประกาศเชิญชวนให้บริษัทหรือกลุ่มบริษัทผู้สนใจเสนอ Conceptual Plan และการกำหนดให้บริษัทที่ผ่านการคัดเลือกเสนอกรอบแนวคิดจัดทำข้อเสนอด้านเทคนิคและราคา เพื่อคัดเลือกเป็นบริษัทได้รับงานจ้าง ซึ่งขัดกับหลักการจัดหาพัสดุที่จะต้องมีการแข่งขันกันอย่างเป็นธรรมและโปร่งใสหรือไม่ เกณฑ์การคัดเลือกไม่เปิดเผยและไม่ชัดเจน
นอกจากนี้ ยังมีการแก้ไขกฎระเบียบโดยให้อำนาจสำนักงานนโยบายและบริหารจัดการน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ (สบอช.) บริหารจัดการน้ำทุกโครงการภายใต้วงเงินกู้ 3.5 แสนล้านบาท เพียงหน่วยงานเดียว แทนที่จะเป็นส่วนราชการเจ้าของโครงการ เนื่องจาก สบอช.เป็นหน่วยงานที่เกิดขึ้นใหม่และต้องมีความพร้อมในการบริหารสัญญาทุกโครงการ ขณะเดียวกันอำนาจในการแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกดูเหมือนประธาน กบอ. จะตัดสินใจคนเดียว
“ตอนนี้ ป.ป.ช.พยายามพัฒนาฐานข้อมูลทุกๆ ด้านเพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการเข้าไปตรวจสอบโครงการลงทุนของรัฐ แต่ไม่อยากเปิดเผยมาก เกรงว่าโจรจะรู้ตัวก่อน” นางสิริลักษณา กล่าว
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม กล่าวว่า ในฐานะรับผิดชอบโครงการเกือบทั้งหมด มีความกังวลมากที่หลายฝ่ายเป็นห่วงเรื่องความโปร่งใสในการดำเนินโครงการตาม พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาทนั้น และยอมรับว่าโครงการที่บรรจุอยู่ในแผนไม่ได้พร้อมทั้งหมด 100% ซึ่งหากไม่พร้อมจะไม่ดำเนินการ และถ้าเกิดปัญหาเศรษฐกิจใน 23 ปีข้างหน้า บางโครงการก็อาจไม่ได้รับอนุมัติ ไม่มีการเบิกจ่ายเงิน
สำหรับกรณีที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ไม่ได้แต่งตั้งนายต่อตระกูล ยมนาค และนายบรรยง พงษ์พานิช เป็นคณะกรรมาธิการฯ นั้น อาจเห็นว่ายังไม่ต้องตรวจสอบกระบวนการร่าง พ.ร.บ.เงินกู้ แต่รอให้เข้าสู่กระบวนการดำเนินการจึงดึงเข้ามาร่วม
“เมื่อเร็วๆ นี้ ผมวิ่งออกกำลังกายที่สวนลุมฯ มีคนตะโกนด่า ไอ้ตัวเงินตัวทอง เอาเงินกู้ 2 ล้านล้านไปทำโครงการประชานิยม” นายชัชชาติ กล่าว
ด้านนายวิชัย อัศรัสกร รองประธานหอการค้าไทย กล่าวว่า กำลังรอคำยืนยันจากภาครัฐ เพื่อส่งผู้สังเกตการณ์ร่วมติดตามตั้งแต่การร่างทีโออาร์ เพราะการทุจริตจะเกิดตั้งแต่การเขียนรายละเอียดโครงการ การตั้งราคากลางที่สูงเกินจริง และส่วนต่างราคาก็นำไปจ่ายใต้โต๊ะ กลายเป็นจุดเริ่มต้นคอร์รัปชั่น







