
ลดอีกแล้ว
ตามมาต่อเนื่องติดๆ เป็นรายที่ 5 สำหรับธนาคารกลางเกาหลีใต้ ตามหลังออสเตรเลีย อินเดีย โปแลนด์ และธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ที่ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยกันในช่วงไม่กี่สัปดาห์นี้ ซึ่งเกาหลีใต้กำลังเจอปัญหาเงินวอนแข็งค่าขึ้นอย่างหนักจนกระทบต่อภาคการส่งออกของประเทศมหาศาล
ตามมาต่อเนื่องติดๆ เป็นรายที่ 5 สำหรับธนาคารกลางเกาหลีใต้ ตามหลังออสเตรเลีย อินเดีย โปแลนด์ และธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ที่ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยกันในช่วงไม่กี่สัปดาห์นี้ ซึ่งเกาหลีใต้กำลังเจอปัญหาเงินวอนแข็งค่าขึ้นอย่างหนักจนกระทบต่อภาคการส่งออกของประเทศมหาศาล
อย่างไรก็ตาม หากจะเหมารวมว่านี่คือเทรนด์การลดดอกเบี้ยทั่วโลกที่ใครๆ เขาก็ทำกันคงจะไม่ถูกต้องนัก และการลดดอกเบี้ยก็ไม่ใช่สูตรสำเร็จตายตัวเสมอไป
เศรษฐกิจของเกาหลีใต้นั้นผูกติดกับญี่ปุ่นมากเป็นพิเศษยิ่งกว่าประเทศใดๆ ในเอเชีย เพราะเป็นคู่แข่งกันโดยตรงในด้านการส่งออก โดยส่งออกสินค้าประเภทเดียวกันหลายรายการ ทั้งยานยนต์ เครื่องจักร และอิเล็กทรอนิกส์
การโหมอัดฉีดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจของญี่ปุ่นจนกดเงินเยนให้อ่อนค่าลงมาขนานใหญ่นั้น จึงไม่ได้กระทบต่อค่าเงินวอนเพียงอย่างเดียว แต่หมายถึงเศรษฐกิจทั้งประเทศไปด้วย รัฐบาลหมาดๆ ของเกาหลีใต้จึงไม่หยุดอยู่แค่การกระตุ้นด้วยนโยบายการคลัง และเดินหน้ามาตรการการเงินควบคู่ไปด้วย เรียกว่าทำทุกทางเพื่อไม่ให้เศรษฐกิจในปีแรกของรัฐบาลปาร์กกึนเฮ 1 แย่ลงกว่าเดิม
ส่วนกรณีของออสเตรเลียนั้นก็ชัดเจนว่าไม่ได้ลดดอกเบี้ยเพื่อสู้กับค่าเงินที่แข็งค่าขึ้น แต่เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจเนื่องจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ซบเซามานาน เช่นเดียวกับเศรษฐกิจในฝั่งยุโรปที่ย่ำแย่อย่างเห็นได้ชัด
หากลองหันกลับมาดูหลายประเทศในเอเชียนั้นจะเห็นได้ว่าส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีใครใช้วิธีลดดอกเบี้ยเพื่อต่อสู้กับปัญหาค่าเงินแข็งค่า เพราะเสี่ยงต่อภาวะฟองสบู่สินทรัพย์และฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์ในประเทศ เนื่องจากกระแสเงินที่ไหลท่วมจากสหรัฐ ยุโรป และญี่ปุ่น มายังภูมิภาคเอเชียนั้นมีปริมาณมหาศาลเกินกว่าที่จะสู้ไหว ทำให้ประเทศส่วนใหญ่เลือกใช้มาตรการป้องกันทุนนอกไหลทะลักเข้าประเทศกันมากกว่า
ที่เห็นได้ชัดเจนก็คือจีนและฮ่องกง ซึ่งมีข่าวพยายามคุมความร้อนแรงของตลาดอสังหาริมทรัพย์กันออกมาเป็นระยะๆ และจีนยังต้องระวังเรื่องอัตราเงินเฟ้อไปพร้อมกันด้วย ขณะที่ล่าสุดนี้ ทางนิวซีแลนด์ก็ยอมรับว่าพบสัญญาณความเสี่ยงฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมาเช่นกัน ทำให้นิวซีแลนด์เลือกที่จะไม่ลดดอกเบี้ย แต่ใช้การแทรกแซงค่าเงินแทน แม้ว่าจะเจอปัญหาค่าเงินแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่องก็ตาม
การใช้มาตรการดอกเบี้ย จึงไม่ใช่ยารักษาทุกโรคเศรษฐกิจในทุกประเทศได้เสมอไป







