
สุเทพลั่นเอาคืนลุยฟ้องธาริต
ดีเอสไอส่งเจ้าหน้าที่ไปพรรคปชป.แจ้งอภิสิทธิ์-สุเทพไปรับทราบข้อกล่าวหาเพิมเติม2คดี"สุเทพ"ลั่นเอาคืนลุยฟ้องธาริต
ดีเอสไอส่งเจ้าหน้าที่ไปพรรคปชป.แจ้งอภิสิทธิ์-สุเทพไปรับทราบข้อกล่าวหาเพิมเติม2คดี"สุเทพ"ลั่นเอาคืนลุยฟ้องธาริต
เมื่อเวลา 13.30 น. เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)เดินทางเข้าพบนายอภิสิทธิ์ เวชชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกฯและผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อนำหนังสือเชิญตัวทั้งสองคนมารับทราบข้อกล่าวหาเพิ่มเติมในวันที่ 14 พ.ค. นี้
นายสุเทพ เปิดเผยภายหลังรับหนังสือว่า นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ ได้ทำหนังสือตั้งข้อหาเพิ่มเติม ฐานก่อให้ผู้อื่นฆ่าคนตายโดยเจตนาเล็งเห็นผล จากกรณีการเสียชีวิตของ ด.ช.คุณากร ศรีสุวรรณ และ ฐานร่วมกันพยายามฆ่า นายสมร ไหมทอง คนขับรถตู้ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากเหตุการเมื่อเดือนพ.ค. 2553
ทั้งนี้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงนั้นตนเองในฐานะผอ.ศอฉ. มีหน้าที่ต้องรักษาความสงบเรียบร้อย เมื่อพบว่ามีการก่อการร้าย มีการใช้อาวุธฆ่าเจ้าหน้าที่ก็ต้องแก้ไขสถานการณ์ ซึ่งการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ในช่วงที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน เจ้าหน้าที่ย่อมได้รับกาคุ้มครองไม่ได้ต้องถูกฟ้องร้องทางคดีทั้งแพ่งและอาญา
นายสุเทพ กล่าวว่า หากตนเองทำผิดก็ต้องเป็นอำนาจหน้าที่สอบสวนของของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไม่ใช่หน้าที่ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ แต่การที่นายธาริต เจ้ากี้เจ้าการมาทำหน้าที่สอบสวน ตนเองก็จะเอาผิดฟ้องร้องเพิ่มเติมในกรณีนี้หลังจากที่ก่อนหน้านี้เคยฟ้องร้องไปแล้ว และตนเองก็จะเดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหาและต่อสู้ตามกฎหมายต่อไป
อย่างไรก็ตาม เห็นว่าการตั้งข้อกล่าวหาตนเองและนายอภิสิทธิ์ นั้นเป็นการยัดข้อหาให้มากๆ จนไม่สามารถกระดิกไปไหนได้ และ บีบบังคับให้ยอมจำนนกับฝ่ายรัฐบาลที่จะออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ และ สมุนบริวาร แต่ตนเองยืนยันว่าจะเดินหน้าต่อสู้คดีตามกฎหมายต่อไปไม่ยอมจำนน โดยในช่วงที่อธรรมครองเมืองก็ต้องก้มหน้าก้มตาสู้ดคีต่อไป ตนเองไม่หวั่นไหวหัวใจหนักแน่นไม่สยบยอมต่ออธรรม หากจะต้องติดคุกก็ต้องติด แต่จะไม่ยอมให้เอากฎหมู่มาอยู่เหนือกฎหมาย
ด้านนายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า น่าจะเดินทางไปรับฟังข้อหาเพิ่มติมพร้อมกับนายสุเทพ ส่วนจะฟ้งอกลับหรือไม่คงต้องรอให้ไปรับทราบข้อกล่าวหาเพิ่ม ซึ่งหากผู้ที่มีหน้าที่ปฏิบัติตามกฎหมายทำผิดกฎหมายตนเองก็มีสิทธิที่จะดำเนินคดี และผู้ที่ทำผิดก็ต้องรับผิดชอบ แม้ว่าฝ่ายการเมืองจะเป็นผู้ที่เข้ามาแทรกแทรงแต่ผู้ปฏิบัติก็ต้องเป็นผู้รับผิดชอบต่อการกระทำที่เกิดขึ้น.







