
ปรับสมดุล
ระยะนี้ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ข่าวคราวทางด้านตัวเลขเศรษฐกิจของจีนนั้นไม่หวือหวาเหมือนที่เป็นมา ไม่ว่าจะเป็นตัวเลขภาคการผลิต การส่งออก ดัชนีภาคบริการ เป็นต้น ที่ล้วนแต่ปรับตัวลดลงต่อเนื่อง
ระยะนี้ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ข่าวคราวทางด้านตัวเลขเศรษฐกิจของจีนนั้นไม่หวือหวาเหมือนที่เป็นมา ไม่ว่าจะเป็นตัวเลขภาคการผลิต การส่งออก ดัชนีภาคบริการ เป็นต้น ที่ล้วนแต่ปรับตัวลดลงต่อเนื่อง
ในด้านหนึ่งถือเป็นสัญญาณของการฟื้นตัวที่ไม่มั่นคงของจีน โดยมีปัจจัยฉุดรั้งมาจากตลาดส่งออกรายใหญ่ของจีนคือ สหรัฐ และยุโรปยังไม่ฟื้นตัวนัก ทำให้เศรษฐกิจจีนซึ่งพึ่งพาการส่งออกเป็นหลักต้องตกกระไดพลอยโจนไปด้วย
กระนั้นก็ตาม นักวิเคราะห์ส่วนหนึ่งมองว่า ภาวะการชะลอตัวทางเศรษฐกิจของจีนนั้นเป็นผลมาจากที่เศรษฐกิจจีนเองอยู่ในระหว่างการปรับสมดุลครั้งสำคัญ โดยจีนกำลังปรับตัวจากการพึ่งพาการส่งออกเป็นสำคัญ สู่การพึ่งพาแรงบริโภคภายในให้มากขึ้นนั่นเอง
การจะบรรลุเป้าหมายดังกล่าวนั้น ต้องบอกว่าไม่ใช่เรื่องง่าย และถือเป็นเรื่องเสี่ยงไม่น้อย โดยเฉพาะที่จีนจำเป็นต้องเข้าไปยุ่งกับค่าเงินให้มีอัตราแลกเปลี่ยนตามกลไกการตลาดมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ที่ค่าเงินหยวนยังคงถูกควบคุมโดยกลไกจากทางรัฐเป็นหลัก
กระนั้น เราได้เห็นสัญญาณบางอย่างจากรัฐบาลจีนเองเมื่อวานนี้ ที่จะเปิดช่องให้มีการไหลเวียนเข้าออกของเงินหยวนมากยิ่งขึ้น ถือเป็นการส่งสัญญาณว่าจีนกำลังเตรียมความพร้อมที่จะให้ค่าเงินหยวนลอยตัวไปตามกลไกตลาดได้มากขึ้นกว่าเดิม
ตรงนี้แหละครับจะเป็นความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจครั้งสำคัญของประเทศ เมื่อค่าเงินหยวนแข็งค่าขึ้น ก็จะทำให้ชาวจีนมีพลังซื้อมากขึ้น และการนำเข้าสินค้าในจีนก็จะเพิ่มมากขึ้นเป็นลำดับ
แต่ทว่า สิ่งที่จีนจำเป็นต้องสูญเสียไป คือความเป็นฐานการผลิตที่มีราคาถูก ค่าเงินแข็งขึ้น หมายถึงค่าใช้จ่ายในการผลิตย่อมสูงขึ้นตามไปด้วย และแน่นอนว่าผู้ที่จะได้รับผลกระทบโดยตรงก็คือบรรดานักลงทุนจากตะวันตก และญี่ปุ่นที่เข้าไปวางฐานการผลิตในจีนนั่นเองครับ
ดังนั้น การปรับสมดุลของเศรษฐกิจจีน จึงมีทางได้และเสีย ไปในขณะเดียวกัน หากจีนทำได้ จะทำให้จีนกลายเป็นประเทศที่มีภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งมากขึ้น เศรษฐกิจจีนจะยืนอยู่ด้วยลำแข้งของตัวเองมากขึ้น โดยไม่ต้องพึ่งพาตลาดอื่นๆ เช่นสหรัฐ หรือยุโรป ดังเช่นในปัจจุบัน
และสำหรับภูมิภาคอาเซียนนั้น ถ้าการเปลี่ยนแปลงในจีนเกิดขึ้นจริง อาเซียนก็มีโอกาสที่จะมีศักยภาพการแข่งขันที่สูงขึ้นถ้าการลงทุนในภาคการผลิตของจีน และสินค้าจากจีนจะมีราคาที่แพงขึ้นไปตามค่าเงิน
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ของจีนจึงต้องจับตากันอย่างไม่กะพริบ เพราะจะส่งผลกระทบไปทั่วภูมิภาคเอเชีย และโลกครับ







