
ปลุกม็อบแดงหาทางลงหวั่นกระทบยิ่งลักษณ์
สมรภูมิการเมืองคุกรุ่นอีกระลอก เมื่อแดงกลุ่มสื่อวิทยุประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (กวป.)
โดย...ชุษฎ์วัช ตันวานิช
สมรภูมิการเมืองคุกรุ่นอีกระลอก เมื่อแดงกลุ่มสื่อวิทยุประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (กวป.) ประกาศยกระดับการชุมนุมระดมพล 1 แสนคน เพื่อกดดัน 9 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่จากกรณีที่ศาลมีมติรับคำร้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 68 ของสมาชิกรัฐสภา
ทั้งนี้ การชุมนุมช่วงแรกยังถือเป็นแรงหนุนนอกสภาให้ผู้แทนแนวร่วมในสภาเดินหน้าไม่ยอมรับอำนาจศาลรัฐธรรมนูญด้วยการประกาศจุดยืนไม่ส่งคำชี้แจงล้างข้อกล่าวหาและส่งจดหมายเปิดผนึกค้านอำนาจศาล แต่เมื่อสถานการณ์ยืดเยื้อเกินบานปลาย จากดาบที่เคยใช้คมฟาดฝ่ายตรงข้าม จึงเสี่ยงกลายเป็นคมที่สองกลับมาฟันรัฐบาลเอง
เพราะนอกจากจะสร้างภาพลบต่อ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าให้ท้ายส่งมวลชนคุกคามศาลรัฐธรรมนูญ เปิดช่องให้ฝ่ายค้านถล่มรายวันแล้ว ยังเป็นการเพิ่มแผลให้รัฐบาลที่ขณะนี้ต้องรับมือกับสารพัดม็อบ โดยเฉพาะขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) บุกทำเนียบจี้รัฐบาลแก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน ขณะที่แผนบริหารจัดการน้ำ เงินกู้ 3.5 แสนล้านบาท ของคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) กำลังติดหล่ม หลังเครือข่ายเอ็นจีโอน้ำยื่นฟ้องคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เอาผิด กบอ.ยกชุด รวมถึงคณะรัฐมนตรีในฐานะผู้ออกคำสั่งแต่งตั้ง กบอ.
ที่สำคัญคือ ไทม์ไลน์การเมืองของเพื่อไทยเวลานี้กำลังนับถอยหลังเข้าสู่การเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญตั้งแต่วันที่ 29 พ.ค. เพื่อพิจารณาร่างกฎหมายหัวใจสำคัญของรัฐบาล 2 ฉบับ ทั้งร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2557 รวมถึงร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ ซึ่งหากคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาแล้วเสร็จทัน จะส่งให้สภาพิจารณาต่อจากร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายฯ ทันที โดยอาจมีการขยายเวลาประชุมออกไป
ปัจจัยนอกเหนือจากนั้นคือ “แดง กวป.” ต้องเตรียมหลีกทางให้พี่ใหญ่ “แดงส่วนกลาง” กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่เตรียมระดมพลร่วมกิจกรรมครบรอบ 3 ปี เหตุการณ์สลายการชุมนุมปี 2553 ซึ่งแน่นอนว่าทุกครั้งแกนนำระดับบิ๊กของ นปช.ต้องประกาศแถลงการณ์จุดยืนของ นปช. ในการขับเคลื่อนภารกิจต่อไป ดังนั้นหากแดงกลุ่ม กวป.ยังจัดงานคู่ขนานอาจเป็นการกระจายมวลชน ทำให้ขาดเอกภาพ และส่งผลให้การประกาศจุดยืนเเละภารกิจหลักของ นปช.ส่วนกลางขาดน้ำหนักเเละความชัดเจน
จึงไม่น่าแปลกใจที่ สส.แกนนำแดงกลุ่ม นปช.หลายคนส่งสัญญาณให้แกนนำม็อบหน้าศาลยุติการชุมนุมที่ยืดเยื้อมาร่วม 17 วัน สอดคล้องกับที่ประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทยล่าสุดเมื่อวันที่ 7 พ.ค.ที่ผ่านมา แกนนำพรรคบางส่วนประเมินสถานการณ์ว่าไม่เห็นด้วยกับท่าทีของแดง กวป.ที่คุกคามศาลรัฐธรรมนูญมากเกินไป
เพราะหมากของพรรคเพื่อไทยเวลานี้ แม้จะชัดเจนว่าพร้อมตอบโต้เดินหน้าชนศาลรัฐธรรมนูญรวมถึงบริวารขั้วตรงข้ามมากยิ่งขึ้น แต่ขณะเดียวกันพรรคย่อมต้องรักษายุทธศาสตร์หลบแรงเสี่ยงของรัฐบาล เพื่อเสถียรภาพเเละการบริหารงานอย่างราบรื่น โดยเฉพาะการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาทที่เตรียมเข็นเข้าสภาช่วงปลายเดือนนี้
ถึงกระนั้นสัญญาณเตือนจากแนวร่วมเดียวกันก็ถือเป็นเรื่องยากที่ทำให้แกนนำประกาศยุติการชุมนุมโดยง่าย เพราะขัดกับท่าทีออกตัวชนศาลที่แกนนำประกาศกร้าวตั้งแต่ช่วงแรกที่เริ่มชุมนุม ดังนั้นการนัดรวมพลเรือนแสนจึงเกิดขึ้นเพื่อรูดม่านปิดฉากม็อบชนศาลครั้งนี้อย่างสมศักดิ์ศรี โดยมีจำนวนคนเป็นเดิมพันว่าหากไม่ถึงเเสนจะยุติการชุมนุมเเละบทบาทเเกนนำลงทันที
เป็นที่ทราบดีว่าม็อบหน้าศาลครั้งนี้เป็นการรวมตัวของเเดงกลุ่ม กวป. นำโดย พงษ์พิสิษฐ์ คงเสนา ชาญ ไชยะ ธนชัย สีหิน ศรรัก มาลัยทอง ที่แม้อาจได้รับการสนับสนุนจากแดงส่วนกลางบ้าง เนื่องจากในเเง่หนึ่งถือเป็นผู้รับไม้ต่อในการเคลื่อนไหว เพราะแกนนำเเดงระดับบิ๊กล้วนมีข้อหาเป็นชนักติดหลัง เเต่โดยภาพรวมเเล้วถือเป็นการเคลื่อนไหวอีกปีกที่ไม่เเสดงออกว่าขึ้นกับเเดงส่วนกลางโดยตรง ดังนั้นเเน่นอนว่าจำนวนพลเรือนเเสนคนจึงเกินกว่าพลังของแดง กวป.ที่จะระดมมาได้สำเร็จ
ประกอบกับประเด็นการถอดถอนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเป็นที่ทราบดีว่าเป็นเรื่องยากอย่างยิ่ง การล่าชื่อประชาชนถอดถอนนับแสนล้านชื่อ เป็นเพียงการต่อสู้เชิงสัญลักษณ์เท่านั้น เพราะกลไกท้ายสุดในกระบวนการถอดถอนย่อมต้องขึ้นอยู่กับมติของวุฒิสภาที่ต้องใช้เสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 5 ซึ่งเเน่นอนว่าเสียง สว.สรรหาครึ่งหนึ่งของวุฒิสภาย่อมไม่เห็นด้วย
เเม้กระทั่งแดงกลุ่ม นปช.เอง เมื่อปี 2555 เคยตั้งเป้าล่าชื่อถอดถอนตุลาการ 1 ล้านชื่อ กรณีศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการเเก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291 ขณะนี้กลับเงียบหายไป
จึงชัดเจนว่าเป้าหมายระดมพลเเสนคนของเเดง กวป.ครั้งนี้ เพียงเพื่อต้องการรูดม่านปิดฉากการต่อสู้ลงอย่างสวยงามเท่านั้น ขณะเดียวกันเพื่อต้องการเเสดงพลังเป็นเกราะป้องรัฐบาล ส่งสัญญาณถึงศาลเเละขั้วตรงข้ามให้ตระหนักว่าต้องเผชิญหลายด่านหากต้องการล้มรัฐบาลชุดนี้







