
ไอซีทีแจงไร้อำนาจปิดเว็บ-ยันไม่ละเลยเว็บหมิ่น
"อนุดิษฐ์"แจงไอซีทีไม่มีอำนาจปิดเว็บ เพราะเป็นดุลยพินิจของศาลอาญา ลั่นไม่เคยละเลยสกัดเว็บหมิ่นสถาบัน ชี้การให้ร้ายผิดกม.คอมพ์สามารถแจ้งความดำเนินคดีได้
"อนุดิษฐ์"แจงไอซีทีไม่มีอำนาจปิดเว็บ เพราะเป็นดุลยพินิจของศาลอาญา ลั่นไม่เคยละเลยสกัดเว็บหมิ่นสถาบัน ชี้การให้ร้ายผิดกม.คอมพ์สามารถแจ้งความดำเนินคดีได้
นอ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวชี้แจงกรณีการดำเนินการกับเว็บไซต์ที่มีการวิพากษ์วิจารณ์นายกรัฐมนตรีโดยระบุว่า กระทรวงไอซีที ไม่มีอำนาจในการสั่งปิดกั้นเว็บไซต์ เพราะอำนาจในการสั่งปิดเว็บไซต์นั้น อยู่ในดุลยพินิจและคำสั่งของศาลอาญาเท่านั้น โดยหลังศาลอาญามีคำพิพากษาให้ทำการปิดกั้นเว็บไซต์ กระทรวงจะเป็นผู้แจ้งคำสั่งศาลดังกล่าวให้กับผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตทุกราย เพื่อดำเนินการตามคำสั่งต่อไป ดังนั้น การกล่าวหาว่ากระทรวงไอซีทีใช้อำนาจในการปิดกั้นเว็บไซต์เป็นการกระทำที่ไม่เป็นประชาธิปไตย จึงไม่เป็นความจริง
สำหรับการใช้ช่องทางเว็บไซต์ และ โซเชียลเน็ตเวิร์กในการแสดงความเห็นของประชาชนเป็นสิทธิเสรีภาพที่ไม่มีใครหรืออำนาจใด ๆ มาก้าวล่วงได้ แต่การใช้ช่องทางดังกล่าวกระทำผิดกฎหมายโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในการคุมคาม กล่าวหา ให้ร้ายดูถูกดูแคลน หรือใช้ข้อมูลอันเป็นเท็จต่อบุคคลอื่น และทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจเข้าข่ายการกระทำความผิดตามพ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ 2550 หรือเข้าข่ายการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา
"หากมีผู้เสียหายเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือบุคคลที่มีอำนาจตามกฎหมาย เจ้าหน้าที่ก็จำเป็นต้องมีการดำเนินการ ให้เป็นไปตามกระบวนการตามกฎหมายต่อไป"นายอนุดิษฐ์กล่าว
นายอนุดิษฐ์กล่าวอีกว่า กระทรวงไอซีทีไม่มีสิทธิในการเลือกปฏิบัติหรือกระทำการใดๆ แบบสองมาตรฐาน ฉะนั้นการกล่าวหาว่า กระทรวงให้ความสำคัญเฉพาะกรณีของ นายกรัฐมนตรี จึงเป็นเรื่องที่บิดเบือนและไม่เป็นความจริง
ทั้งนี้ที่ผ่านมากระทรวงไอซีทีได้ดำเนินการกับผู้กระทำความผิดและผู้ที่ได้รับความเสียหายทุกกรณีอย่างเท่าเทียมกัน ตามอำนาจหน้าที่ และหากผู้เสียหายไม่ได้รับความเป็นธรรม ก็สามารถดำเนินการตามกฎหมาย กับกระทรวงไอซีทีได้เช่นเดียวกัน
นายอนุดิษฐ์กล่าวยืนยันว่า การดำเนินการกับเว็บไซต์หมิ่นสถาบัน เป็นการดำเนินการร่วมกันของทุกภาคส่วน ซึ่งกระทรวงไอซีทีเป็นองค์ประกอบหนึ่งในคณะกรรมการ ซึ่งเรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่อง ที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง ที่ทุกคนที่รับผิดชอบให้ความสำคัญสูงสุด การกล่าวหาว่าปล่อยปละ ละเลย ไม่ดำเนินการกับเว็บหมิ่น จึงไม่เป็น ความจริง และคงไม่มีใครผู้ใดสามารถบงการข้าราชการทุกคน ไม่ให้ปฏิบัติหน้าที่ ของตัวเองได้อย่างแน่นอน
"การชี้แจงครั้งนี้เพื่อสร้าง ความเข้าใจที่ถูกต้องต่อประชาชน หากใครคนใดคนหนึ่งที่ให้สัมภาษณ์หรือแสดงความคิดเห็น เพื่อสร้างความเกลียดชังด้วยความตั้งใจ หรือมีพฤติกรรม ตีกินทางการเมือง ด้วยการบิดเบือนข้อเท็จจริง เพื่อสร้างความเข้าใจผิด กระทรวงขอประนามการกระทำดังกล่าวและขอเรียกร้องให้หยุดพฤติกรรมที่สร้างความแตกแยก และสร้างความเกลียดชังในสังคมเหล่านี้"นายอนุดิษฐ์กล่าว







