
ตำรวจจับโจ๋เพี้ยนยืนปาหินใส่รถ
ตำรวจสภ.ปากเกร็ดจับวัยรุ่นเพี้ยนยืนปาหินใส่รถเสียหาย2คัน เบื้องต้นแจ้งข้อหาทำให้ผู้อื่นเสียทรัพย์
ตำรวจสภ.ปากเกร็ดจับวัยรุ่นเพี้ยนยืนปาหินใส่รถเสียหาย2คัน เบื้องต้นแจ้งข้อหาทำให้ผู้อื่นเสียทรัพย์
วันนี้ (7 พ.ค.) ร.ต.ท.แซด สมพวง ร้อยเวรสภ.ปากเกร็ด ได้รับแจ้งเหตุมีรถยนต์ถูกปากระจกแตก 2 คันซ้อน ที่บริเวณหน้าโรงพยาบาลวิภาราม หมู่ที่ 1ถ.แจ้งวัฒนะ ต.ปากเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.นฤนาท พุทไธสง ผกก.สภ.ปากเกร็ด พ.ต.ท.ประสงค์ ศิริทิพย์วานิช รองผกก.ป.สภ.ปากเกร็ด และ พ.ต.ต.บุญส่ง รัศมี สวป.สภ.ปากเกร็ดรีบรุดไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุอยู่ฝั่งถนนขาเข้าท่าน้ำปากเกร็ด บริเวณทางเข้า รพ.วิภาราม ตรงข้ามเทศบาลเมืองปากเกร็ด เป็นถนน 2 ช่องทาง ตรงเกาะกลางเป็นสนามเด็กเล่นกั้นด้วยลูกกรงเหล็ก พบรถยนต์ยี่ห้อISUZU MU7 ทะเบียนกข8133 สิงห์บุรี สีบรอนด์ทอง ซึ่งเป็นรถของ นาง นภัสศรณ์ ประเสริฐลักษมี อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 95 หมู่ 3 ต.บ้านหม้อ อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี อาชีพแม่บ้าน ถูกปากระจกด้านขวาแตกร้าว ส่วนรถยนต์อีกคันยี่ห้อ HONDA CITY ทะเบียน สส5549 กรุงเทพมหานครฯ สีบรอนด์เงิน เป็นรถของนายกสิภูมิ ทวนคง อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 18/1038 หมู่ที่ 5 ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี อาชีพพนักงานบริษัทเอกชน ถูกปาด้วยหินกระจกด้านหน้าบริเวณด้านผู้ขับขี่ กระจกร้าวเป็นบริเวณกว้าง
ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจจึงได้เดินทางไปที่เกิดเหตุพบนายเอกชัย สมหมาย อายุ 25 ปี ไม่ทราบที่อยู่ กำลังใช้ก้อนหินขว้างรถคันอื่นอยู่ เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวเข้าจับกุมนายเอกชัยส่ารภาพว่าใช้ก้อนหินปารถทั้ง2คันจริงทางเจ้าหน้าที่ตัวจึงได้ควบคุมตัวพนักงานสอบสวนสภ.ปากเกร็ด
จากการสอบสวนนาง นภัสศรณ์ เล่าว่าตนกำลังขับรถจากถนนแจ้งวัฒนะมุ่งหน้าเข้าปากเกร็ดเพื่อมาส่งเพื่อนของลูกสาว โดยในขณะเกิดเหตุมีผู้ที่อยู่ในรถทั้งหมด 7 คน คือ ตน ลูกสาว 2 คน ลูกชาย 2 คน แม่สามีและเพื่อนลูกสาว เมื่อขับรถมาถึงบริเวณหน้า รพ.วิภารามตนก็ได้ยินเสียงดัง ตอนแรกคิดว่าเสียงพลุ แต่ลูกสาวบอกว่าเสียงกระจกรถแตก แต่ตนไม่ได้จอดรถทันทีและวิ่งต่อเข้าไปจอดในเทศบาลเมืองปากเกร็ดเพื่อแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบ
ด้านนายกสิภูมิ ผู้เสียหายอีก1รายเล่าว่าหลังจากเลิกงานตนได้ขับรถเพื่อกลับบ้านในซอยวัดกู้ พอขับผ่านบริเวณดังกล่าวได้ยินเสียงอะไรมากระทบกระจกด้านหน้าและแตกร้าวทันทีตนตกใจมากจึงจอดรถเพื่อออกไปดู เมื่อออกมาด้านนอกรถเด็กในบริเวณนั้นบอกกับตนว่ามีคนบ้าอาระวาดเอาหินปารถ ตนจึงรีบจอดรถและแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ
ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวนายเอกชัยมือปาหินมาสอบปากคำที่สภ.ปากเกร็ดแต่นายเอกชัยให้การวกวนเหมือนคนสติไม่ดีและบอกว่าที่เอาหินปารถคันดังกล่าวเนื่องจากหมั่นไส้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาทำให้ผู้อื่นเสียทรัพย์และนำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป







