posttoday
ศาลรัฐธรรมนูญไทย แนวคิด ที่มา หลักการ(จบ)

ศาลรัฐธรรมนูญไทย แนวคิด ที่มา หลักการ(จบ)

07 พฤษภาคม 2556

การตรารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 เป็นกระบวนการที่ได้ผ่านการลงประชามติโดยตรงของประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย ประชาชนจึงเป็นผู้สถาปนารัฐธรรมนูญ ดังนั้น การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญตามรัฐธรรมนูญมาตรา 291 แม้จะเป็นอำนาจของรัฐสภาก็ตาม แต่การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญยังไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 เนื่องจากรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันนี้ได้มาโดยการลงประชามติของประชาชน ก็ควรจะได้ให้ประชาชนผู้มีอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญได้ลงประชามติเสียก่อนว่าสมควรจะมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ หรือรัฐสภาจะใช้อำนาจในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตราก็เป็นความเหมาะสมและเป็นอำนาจของรัฐสภาที่จะดำเนินการดังกล่าวนี้ได้ ซึ่งจะเป็นการสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ มาตรา 291” นั้น ย่อมเป็นการแสดงให้เห็นว่า ศาลรัฐธรรมนูญไทยยึดถือแนวความคิดเดียวกันกับประเทศเยอรมนี โดยยึดถือความเป็นกฎหมายสูงสุดของรัฐธรรมนูญและให้อำนาจแก่ประชาชนผู้สถาปนารัฐธรรมนูญ

การตรารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 เป็นกระบวนการที่ได้ผ่านการลงประชามติโดยตรงของประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย ประชาชนจึงเป็นผู้สถาปนารัฐธรรมนูญ ดังนั้น การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญตามรัฐธรรมนูญมาตรา 291 แม้จะเป็นอำนาจของรัฐสภาก็ตาม แต่การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญยังไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 เนื่องจากรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันนี้ได้มาโดยการลงประชามติของประชาชน ก็ควรจะได้ให้ประชาชนผู้มีอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญได้ลงประชามติเสียก่อนว่าสมควรจะมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ หรือรัฐสภาจะใช้อำนาจในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตราก็เป็นความเหมาะสมและเป็นอำนาจของรัฐสภาที่จะดำเนินการดังกล่าวนี้ได้ ซึ่งจะเป็นการสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ มาตรา 291” นั้น ย่อมเป็นการแสดงให้เห็นว่า ศาลรัฐธรรมนูญไทยยึดถือแนวความคิดเดียวกันกับประเทศเยอรมนี โดยยึดถือความเป็นกฎหมายสูงสุดของรัฐธรรมนูญและให้อำนาจแก่ประชาชนผู้สถาปนารัฐธรรมนูญ

นอกจากนี้ ปัจจุบันยังมีการกล่าวถึงหลักนิติธรรม (The Rule of Law) กันมากขึ้น ดังเช่นในรัฐธรรมนูญ มาตรา 3 วรรคสอง ได้ระบุถึงหลักนิติธรรม ใจความว่า “การปฏิบัติหน้าที่ของรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล รวมทั้งองค์กรตามรัฐธรรมนูญ และหน่วยงานของรัฐ ต้องเป็นไปตามหลักนิติธรรม” ดังนี้ ประชาชนผู้มีส่วนร่วมในการลงประชามติจึงควรทราบความหมายที่ชัดเจน เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการปกป้องสิทธิเสรีภาพของประชาชนตามที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ โดยหลักนิติธรรมดังกล่าวเป็นการปกครองโดยกฎหมาย ซึ่งแสดงออกโดยลักษณะ 2 ด้าน คือ เนื้อหาสาระของกฎหมายนั้นเป็นกฎหมายที่ดี และมีกลไกในการบังคับใช้กฎหมายที่ดีได้รับการปฏิบัติได้จริง

รายละเอียดในการแยกแยะประเด็นของหลักนิติธรรมนั้น ภาพรวมมีรายละเอียดดังนี้ 1.หลักการกฎหมายต้องไม่ใช้บังคับย้อนหลัง 2.หลักการกฎหมายจะต้องมีความมั่นคงตามควร 3.บทกฎหมายจะต้องเป็นไปตามแนวทางของหลักการทั่วไปที่เปิดเผย มั่นคง และชัดเจน 4.หลักความเป็นอิสระของผู้พิพากษา 5.มีกระบวนการพิจารณาที่เป็นธรรม 6.ศาลจะต้องมีอำนาจในการตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายที่รัฐสภาตราขึ้น และมีอำนาจในการตรวจสอบการกระทำของฝ่ายปกครอง 7.บุคคลต้องสามารถนำคดีเข้าสู่ศาลโดยง่าย โดยมีพิธีการไม่ยุ่งยาก ไม่เสียค่าใช้จ่ายมาก ระยะเวลาพิจารณาคดีไม่นานเกินไป และ 8.องค์กรป้องกันอาชญากรรมไม่ควรมีดุลพินิจในการบิดเบือนกฎหมาย

กล่าวโดยสรุป สำหรับประเทศไทย ที่เป็นประเทศประชาธิปไตยที่ยึดถือหลักความเป็นกฎหมายสูงสูดของรัฐธรรมนูญซึ่งวางกรอบความสัมพันธ์ทางอำนาจทางการเมืองระหว่างองค์กรสำคัญต่างๆ ของรัฐ และความสัมพันธ์ระหว่างอำนาจรัฐกับประชาชน โดยรัฐจะต้องคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน ทั้งยังเป็นประเทศที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยโดยยึดหลักนิติธรรม โดยถือหลักความเป็นกฎหมายสูงสุดของรัฐธรรมนูญมีฐานะเป็นส่วนยอดสุดของหลักนิติธรรมและการที่จะทำให้หลักความเป็นกฎหมายสูงสุดของรัฐธรรมนูญได้รับความคุ้มครอง จึงกำหนดให้มีศาลรัฐธรรมนูญทำหน้าที่เป็นกลไกควบคุมมิให้กฎหมายที่ออกโดยรัฐสภาขัดต่อรัฐธรรมนูญ

ในกรณีที่สมาชิกรัฐสภาได้มีการเสนอญัตติ แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ รายมาตรา ทั้ง 3 ฉบับ ซึ่งได้แก่ ฉบับที่ 1 แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการกำหนดให้วุฒิสภามาจากการเลือกตั้ง และแก้ไขการเว้นวรรคของสมาชิกวุฒิสภา โดยแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 111 มาตรา 112 มาตรา 115 มาตรา 116 วรรคสอง มาตรา 117 มาตรา 118 มาตรา 120 และมาตรา 241 วรรคหนึ่ง และยกเลิกมาตรา 113 และมาตรา 114 ฉบับที่ 2 แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการทำหนังสือสัญญากับนานาประเทศหรือองค์การระหว่างประเทศ โดยแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 190 และฉบับที่ 3 แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการใช้สิทธิเพื่อพิทักษ์รัฐธรรมนูญ การเสนอเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ และการยกเลิกการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของหัวหน้าพรรคการเมืองและกรรมการบริหารพรรคการเมืองในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรคการเมือง และเสนอให้มีการยกเลิกบทบัญญัติ ว่าด้วยการยุบพรรคการเมืองและเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของหัวหน้าพรรคการเมืองและกรรมการบริหารพรรคการเมืองในกรณีที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งกระทำการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา โดยแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 68 และยกเลิก วรรคสอง องมาตรา 237

ทั้ง 3 ฉบับเป็นการเสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญตามมาตรา 291 เป็นรายมาตรานั้น ซึ่งจะเห็นได้ว่า ตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราที่ศาลรัฐธรรมนูญได้เคยวินิฉัยไว้นั้นเป็นเพียงนิติวิธี โดยยังมิได้มีคำวินิจฉัยว่า การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญรายมาตราที่จะนำไปสู่การกระทบต่อการก่อตั้งองค์กรสูงสุดทางการเมือง หรืออำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญจะทำได้หรือไม่ และกรณีดังกล่าวต้องผ่านกระบวนการการออกเสียงประชามติของประชาชนในฐานะที่เป็นองค์กรผู้ให้อำนาจรัฐธรรมนูญตามหลักการและแนวคิดของศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ ทั้งการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญดังกล่าวนี้ เนื้อหาของการแก้ไขชอบด้วยหลักนิติธรรมหรือไม่

และหากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราดังกล่าว สามารถกระทำได้แม้จะกระทบต่อการก่อตั้งองค์กสูงสุดทางการเมือง หรืออำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญตามที่สมาชิกรัฐสภาได้เสนอนั้น ในอนาคตคงจะได้เห็นการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอำนาจหน้าที่ขององค์กรสูงสุดทางการเมือง หรืออำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญต่อไป

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท