
เงินกู้ดีพีแอล
หลังมีปัญหามานาน ในที่สุดงบประมาณจัดซื้อครุภัณฑ์ของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ตามโครงการเงินกู้เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 หรือดีพีแอล จำนวน 3,273 ล้านบาท ก็ผ่านการอนุมัติจากสำนักงบประมาณให้ สธ.นำไปใช้จัดซื้อใน 4 โครงการ ประกอบด้วย 1.โรงพยาบาลชุมชน 747 ล้านบาท 2.โรงพยาบาลทั่วไป 399 ล้านบาท 3.ศูนย์ความเป็นเลิศด้านโรคหัวใจและมะเร็ง 1,111 ล้านบาท และ 4.การพัฒนาโรงพยาบาลชุมชนทั่วไป 1,015 ล้านบาท
หลังมีปัญหามานาน ในที่สุดงบประมาณจัดซื้อครุภัณฑ์ของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ตามโครงการเงินกู้เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 หรือดีพีแอล จำนวน 3,273 ล้านบาท ก็ผ่านการอนุมัติจากสำนักงบประมาณให้ สธ.นำไปใช้จัดซื้อใน 4 โครงการ ประกอบด้วย 1.โรงพยาบาลชุมชน 747 ล้านบาท 2.โรงพยาบาลทั่วไป 399 ล้านบาท 3.ศูนย์ความเป็นเลิศด้านโรคหัวใจและมะเร็ง 1,111 ล้านบาท และ 4.การพัฒนาโรงพยาบาลชุมชนทั่วไป 1,015 ล้านบาท
ทั้งนี้ สธ.ให้จังหวัดลงนามจัดซื้อภายในเดือน พ.ค. และให้เร่งเบิกจ่ายเงินภายใน 5 วันทำการหลังตรวจรับของ รวมถึงตั้งเกณฑ์ให้รายงานการเบิกจ่ายเงินทุกวันพฤหัสบดี นอกจากนี้ยังมีการตั้งคณะกรรมการติดตามการใช้ประโยชน์จากครุภัณฑ์ดีพีแอลด้วย โดยให้เบิกจ่ายทั้งหมดในเดือน ก.ย.
งบดีพีแอลเริ่มต้นในรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แต่เริ่มมีปัญหาหลังเปลี่ยนรัฐบาลมาเป็นพรรคเพื่อไทย เนื่องจากกลุ่มแพทย์ชนบทต้องการให้ สธ.เร่งอนุมัติ แต่นายวิทยา บุรณศิริ รมว.สธ.ขณะนั้นกลับไม่ยืนยันความจำเป็นของงบประมาณ จนนำเรื่องไปร้องเรียนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในเดือน มิ.ย. 2555
พอเจ้ากระทรวงถูกเปลี่ยนตัวจากนายวิทยา เป็น นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ กลุ่มแพทย์ชนบท ก็ออกมาเร่งให้ใช้งบประมาณโดยด่วน เนื่องจากความล่าช้า ทำให้ราคาแพงขึ้นและไม่ได้สเปกตามที่กำหนด รวมถึงยังอาจมีความพยายามจากฝ่ายการเมืองที่ไม่ต้องการให้ใช้งบดีพีแอล เนื่องจากต้องการเปลี่ยนบริษัทในการจัดซื้อจัดจ้างให้เป็นขั้วของรัฐบาลแทน
แน่นอนว่าเมื่อได้รับการอนุมัติงบประมาณดีพีแอลแล้ว จะต้องถูกจับตาและตรวจสอบจากทุกกลุ่มอย่างใกล้ชิดแน่นอนว่าจะมีการเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนของฝ่ายรัฐบาล หรือของฝ่ายแพทย์ชนบทหรือไม่







