
เตือนไอซีทีไม่ควรใช้อำนาจตัดสิทธิประชาชน
กรรมการสิทธิฯเตือนรัฐไม่ควรใช้อำนาจเกินขอบเขตตัดสิทธิประชาชน แนะนายกฯควรรับคำวิจารณ์มาปรับปรุงการทำงาน "จักรภพ" ชี้ประชาธิปไตยต้องไม่แยกเพศ
กรรมการสิทธิฯเตือนรัฐไม่ควรใช้อำนาจเกินขอบเขตตัดสิทธิประชาชน แนะนายกฯควรรับคำวิจารณ์มาปรับปรุงการทำงาน "จักรภพ" ชี้ประชาธิปไตยต้องไม่แยกเพศ
นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) กล่าวว่า การที่ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) จะดำเนินการปิดเว็บไซต์ที่โพสต์วิพากษ์วิจารณ์ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีในทางเสียหายนั้น หน่วยงานรัฐหรือฝ่ายบริหาร ไม่ควรที่จะใช้อำนาจหน้าที่เกินขอบเขต ในการห้ามปราบการแสดงความคิดเห็นของประชาชน ในสังคมประชาธิปไตย เพราะถือเป็นการตัดสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน
ทั้งนี้ในสังคมระบอบประชาธิปไตยประชาชนสามารถแสดงความคิดเห็น หรือวิพากษ์วิจารณ์บุคคลต่างๆได้ โดยต้องอยู่บนกรอบของกฎหมาย ซึ่งนายกรัฐมนตรี เป็นผู้บริหารประเทศจึงถือเป็นบุคคลสาธารณะ ที่ประชาชนสามารถวิพากษ์วิจารณ์ได้
นพ.นิรันดร์กล่าวอีกว่า นายกฯ ควรใช้โอกาสนี้นำคำวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ มาปรับปรุงการทำงานให้ยิ่งขึ้น ขณะที่ รัฐมนตรีหรือผู้บริหาร ควรที่จะยอมรับการแสดงความคิดเห็นของประชาชน แต่หากการวิพากษ์วิจารณ์กระทบสิทธิหรือเป็นการพูดความเท็จ นายกฯก็สามารถยื่นฟ้องร้องดำเนินคดีฐานหมิ่นประมาท ตามกระบวนการของกฎหมายได้
ขณะที่ นายจักรภพ เพ็ญแข อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว "Jakrapob Penkair" ถึงกรณีข้อเขียนของชัย ราชวัตร ตอนหนึ่ง ระบุว่า การฟ้องร้องทางกฎหมายเป็นสิทธิของนายกรัฐมนตรี เพราะเป็นผู้ถูกล่วงละเมิด แต่ขอให้คิดรอบคอบตรงกฎหมายที่จะเลือกมาใช้ฟ้องร้อง
"การใช้กฎหมายที่ละเมิดสิทธิทางสังคมอย่าง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ นั้น จะว่าไปก็เป็นเสมือนมีดเล่มหนึ่งที่ไปใช้ฆ่าฟันผู้คนมาแล้วมากมาย เราจะนำมีดเล่มเดียวกันนั้นมาใช้สร้างความยุติธรรมและความเป็นธรรมต่อตัวเราและขบวนประชาธิปไตยล่ะหรือ เราไม่สามารถตอบกลับอย่างเดียวกันได้หรอกนะครับ
"เราควรสำแดงความเหนือกว่าโดยเลือกใช้กฎหมายที่เป็นเครื่องมืออันแท้จริงของระบบกฎหมายเพื่อประชาธิปไตยมากกว่าจะยืมเครื่องมือเผด็จการมาใช้ระบายความโกรธของเราเอง เพราะฉะนั้นเราควรเลือกสรรข้อกฎหมายอย่างถูกต้องตามเกณฑ์ประชาธิปไตย
"ผมอาจต้องขัดใจพวกเรากันเองเล็กน้อย ผมไม่ค่อยเห็นด้วยที่เราโหมใช้ประเด็นสตรีในการต่อสู้แบบนี้ หากเราเดินหน้าต่อไปอย่างนี้ เท่ากับว่าเราประกาศว่า สิทธิสตรีกับสิทธิมนุษยชนในสังคมมีความแตกต่างกันและแยกออกเป็นสอง นายกยิ่งลักษณ์ฯ เป็นสตรีก็จริง แต่ท่านก็เป็นมนุษย์ที่มีสิทธิตามธรรมชาติและสิทธิทางกฎหมายเช่นเดียวกับมนุษย์คนอื่นๆ ทุกเพศ
"ผมเห็นเราเถียงกลับอย่างโกรธเคืองว่าเขามาล่วงเกินสุภาพสตรี และเลยไปถึงแนวคิดคล้ายๆ หนังไทยว่ากลั่นแกล้งลูกผู้หญิงตัวเล็กๆ เรื่องแบบนี้เก็บเอาไว้ให้คนโทรทัศน์เขาใช้ในละครก่อนข่าวและหลังข่าวดีกว่าครับ ขณะนี้เรากำลังต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยสำหรับมวลชนทุกเพศ ทุกวัย ทุกอายุ ทุกกำพืด และทุกสี อย่าไปแยกย่อยมวลชนเพื่อผลประชาสัมพันธ์เล็กๆ น้อยๆ เลยครับ"







