
โอ๊คจี้ไทยรัฐรักษาจรรยาบรรณ
ตร.จ่อชงระดับบิ๊กให้ตั้งกก.สอบสุริยะใสชี้ปูสับสนเรื่องส่วนรวม
ตร.จ่อชงระดับบิ๊กให้ตั้งกก.สอบสุริยะใสชี้ปูสับสนเรื่องส่วนรวม
หลานนายกฯ ซัด “ชัย ราชวัตร” กระทบถึงไทยรัฐ เรียกร้องรักษามาตรฐานจรรยาบรรณสื่อ
นายพานทองแท้ ชินวัตร หลานชาย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ลงในเฟซบุ๊ก Oak Panthongtae Shinawatra ถึงประเด็นการต่อต้าน “ชัย ราชวัตร” การ์ตูนนิสต์ชื่อดัง นสพ.ไทยรัฐ โดยยก “ร้อยกรอง” ของกลุ่มผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่ไปยื่นต่อผู้บริหารของหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ เนื้อหาระบุตอนหนึ่ง ว่า ลบหลู่ผ่าน “มารดา” เพศ เหตุประจาน “เป็นกะหรี่ รี่เร่คร้าน” สันดานตัว เป็นสื่อหลัก แต่ปักโคลน กระโจนข้าง ไม่เป็นกลาง เมื่อนักเขียน “ไม่เขียนอิง” ความจริงบอก เพียงแค่ลอก ออกความเห็น พิจารณาประเด็นนี้ หากไม่มีการตอบกลับ ขอจับอ้างว่า “ไทยรัฐ” คัดมาแล้ว ซึ่งแนวทางนักเขียน “กร่าง” อย่าง “คุณชัย” ให้ท้ายมาฯ
นายพานทองแท้ ระบุว่า เชื่อว่าผู้ที่แต่งบทกลอนนี้ ได้แต่งออกมาจากใจจริง สิ่งที่เขาเรียกร้องก็เข้าใจได้ง่ายๆ จึงหวังว่าหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ซึ่งถือว่าเป็นพี่ใหญ่ของสื่อสิ่งพิมพ์ไทย จะรักษามาตรฐานทางด้านจรรยาบรรณของสื่อไว้เช่นเดิมตลอดไป
นายพานทองแท้ ระบุว่า หากชัยเขียนโดยใช้ชื่อจริงก็จะไม่เป็นปัญหา แต่เมื่ออ้างนามปากกาแห่งหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ซึ่งคนไทยเกินครึ่งประเทศรู้สึกว่าไทยรัฐ คือ เพื่อนรักญาติพี่น้อง แต่กลับปล่อยให้นักเขียนมือวางระดับต้นๆ ซึ่งเขียนการ์ตูนมาเขียนข้อความในลักษณะนี้ หลายคนจึงรู้สึกช็อกกับสิ่งที่นักเขียนการ์ตูนล้อการเมืองแบบเลือกข้างผู้นี้
นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มกรีน กล่าวว่า ข้อพิพาทกรณีความเหมาะสมของสุนทรพจน์ น.ส.ยิ่งลักษณ์ นายกรัฐมนตรี ที่มองโกเลีย ไม่ต่างกับกรณีเหตุการณ์ ว.5 โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ ที่นายกรัฐมนตรีทิ้งเวลาราชการไม่ร่วมประชุมสภา แต่ไปคุยกับนักธุรกิจใหญ่ด้านอสังหาริมทรัพย์ กรณีแม้ต่างกรรมต่างวาระ แต่เป็นบทตอกย้ำว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ สับสนและแยกไม่ออกระหว่างภารกิจที่เป็นเรื่องของครอบครัวเครือญาติกับเรื่องของประเทศชาติประชาชน
พ.ต.อ.ภัทรภณ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผกก.สน.ดุสิต กล่าวว่า สน.ดุสิต ได้รับแจ้งความจากทีมทนายความของนายกรัฐมนตรี ให้ดำเนินคดี นายสมชัย กตัญญุตานันท์ หรือชัย ราชวัตร ในข้อหาหมิ่นประมาท คดีนี้จะรับเรื่องไว้ก่อน แต่เนื่องจากเป็นคดีที่อยู่ในความสนใจ จึงเตรียมเสนอผู้บังคับบัญชาตั้งคณะกรรมการขึ้นมาทำคดี เพื่อให้ความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย โดยจะเสนอตามลำดับชั้นไปยังกองบังคับการตำรวจนครบาล 1 ภายในสัปดาห์หน้า
อย่างไรก็ตาม หากผู้บังคับบัญชาเห็นว่าควรเสนอระดับกองบัญชาการตำรวจนครบาลก็จะทำเรื่องส่งต่อไป ทั้งนี้ยืนยันว่า ไม่หนักใจในการทำคดีนี้ โดยจะพิจารณาไปตามพยานหลักฐานที่ทีมทนายยื่นมา ว่าแต่ละข้อหามีน้ำหนักมากน้อยเพียงใด ซึ่งหากพบว่าเข้าข่ายผิดข้อหาใดก็จะดำเนินการต่อไป และอาจไม่ต้องแจ้งทั้ง 3 ข้อหา ที่ทีมทนายเสนอมาก็ได้







