
ย้อนดูตัวเอง
น่าเสียดายในเวลาต่อมาผลแห่งสุนทรพจน์ประวัติศาสตร์ “มองโกเลียสปีช” กลายเป็นวิวาทะ และการแสดงออกในทางไม่ค่อยจะสร้างสรรค์นัก
น่าเสียดายในเวลาต่อมาผลแห่งสุนทรพจน์ประวัติศาสตร์ “มองโกเลียสปีช” กลายเป็นวิวาทะ และการแสดงออกในทางไม่ค่อยจะสร้างสรรค์นัก
ปฏิเสธไม่ได้ว่าเนื้อหาในคำกล่าวข้ามประเทศของนายกรัฐมนตรีในฐานะผู้นำประเทศย่อมมีนัยสำคัญต่อภาพลักษณ์ของประเทศ
การเอ่ยอ้างในทางหมิ่นเหม่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียหรือสร้างความเข้าใจผิดต่อสาธารณะ ย่อมถูกวิพากษ์วิจารณ์ตามมา
ทั้งนี้ เพราะเราปกครองในระบอบประชาธิปไตย ประชาชนย่อมมีสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นต่อทัศนะของผู้นำเป็นธรรมดา
แต่เรื่องกลับบานปลายกลายเป็นการยื่นฟ้องเอาผิด กลายเป็นเรื่อง สส.หญิง พรรคเพื่อไทย ร่วมกันประณามการ์ตูนนิสต์ชื่อดังผู้พาดพิงสาระของผู้นำ กลายเป็นเรื่องกลุ่มการเมืองบุกสำนักงานหนังสือพิมพ์ ฯลฯ
หากจะกล่าวถึงการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยของประเทศให้เจริญรุดหน้า นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ในฐานะผู้นำฝ่ายบริหาร ควรมีความเชื่อมั่นในระบบนี้ด้วยการทำหน้าที่นายกฯ แก้ปัญหาของประเทศผ่านกลไกรัฐสภามากกว่าที่เป็นอยู่
สส.พรรคเพื่อไทยควรผลักดันให้พรรคต้นสังกัดมีการบริหารจัดการภายใน โดยยึดหลักธรรมาภิบาลประชาธิปไตย สมาชิกพรรคต้องร่วมกันระดมสมองสร้างพรรคการเมืองให้เป็นทางเลือกประชาชน ส่งเสริมระบบตัวแทนเข้ามาทำหน้าที่ผู้ทรงเกียรติที่อาสามารับใช้ประชาชนอย่างแท้จริง
หากเชื่อมั่นในระบบรัฐสภา สส.พรรคเพื่อไทยในฐานะเสียงข้างมากจะต้องส่งเสริมการใช้กลไกรัฐสภาแก้ปัญหาของประเทศ มากกว่าส่งเสริมประชาธิปไตยข้างถนนทำลายคู่กรณีทางการเมือง หรือมุ่งมั่นรับใช้เจ้าของพรรคโดยเห็นประชาชนเป็นแค่เครื่องมือทางการเมือง
ประชาธิปไตยของประเทศล้มลุกคลุกคลานมาตลอด ด้วยเพราะกลุ่มประโยชน์ทางการเมืองแย่งชิงอำนาจระหว่างกัน รวมถึงการก่อรัฐประหาร ทำให้สังคมการเมืองไทยเวียนวนอยู่ที่เดิม
การต่อต้านรัฐประหารไม่ว่าจะในประเทศหรือใช้เวทีนานาชาติ ใครๆ ย่อมเห็นดีเห็นงาม ขณะที่การจะผลักดันให้ประเทศก้าวสู่ประชาธิปไตยที่เป็นจริง ก็ต้องไม่เป็นไปเพื่อผูกขาดอำนาจให้ใครคนใดคนหนึ่งเช่นกัน
ดังนั้น เห็นด้วยอย่างยิ่งหากผู้นำประเทศหันมาส่งเสริมประชาธิปไตยในบ้านตัวเองอย่างจริงจัง ยิ่งพรรคเสียงข้างมากที่สร้างนายกฯ หญิงคนแรกของประเทศสำเร็จ และขะมักเขม้นในการแก้ไขรัฐธรรมนูญประกาศไม่ให้พรรคการเมืองเป็นแค่แหล่งซ่องสุมประโยชน์ของคนไม่กี่กลุ่ม ไม่กี่ตระกูล
นักประชาธิปไตยคงจะสรรเสริญกันทุกหัวระแหง
ถึงเวลานั้น ศักดิ์ศรีของสตรีไทยจะถูกเชิดชูจากคนทั้งโลก โดยมิพักต้องใช้เวทีนานาชาติแถลงสุนทรพจน์ใดๆ







