
ต่างชาติแห่เอี่ยว2ล้านล้าน
ฝรั่งเศส-เยอรมนีสนลงทุนทางรางสถาบันการเงินนอกขอร่วมPPP
ฝรั่งเศส-เยอรมนีสนลงทุนทางรางสถาบันการเงินนอกขอร่วมPPP
สถาบันการเงินต่างชาติทั้งฝรั่งเศสและเยอรมนี สนใจลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาทของไทย
น.ส.จุฬารัตน์ สุธีธร ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กล่าวว่า การประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารพัฒนาเอเชีย ครั้งที่ 46 ที่ประเทศอินเดีย เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้บริหารกระทรวงการคลังได้มีการหารือกับสำนักงานเพื่อการพัฒนาแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส (AFD) ซึ่งมีความสนใจมาลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งที่ไทยจะออก พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท มาดำเนินการ
ผู้อำนวยการ สบน. กล่าวว่า ทาง AFD มีความสนใจอย่างมากที่จะมีส่วนร่วมในโครงการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทย เนื่องจากมีความพร้อมด้านการเงิน รวมถึงความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
นอกจากนี้ ทาง AFD ยังมีประสบการณ์การปรับโครงสร้างการบริหารจัดการระบบรางของประเทศให้มีประสิทธิภาพในระยะยาว จึงต้องการพัฒนาความร่วมมือกับภาคเอกชนในการพัฒนาระบบการขนส่งของไทยให้เป็นศูนย์กลางการคมนาคมในภูมิภาค และการวางแผนการใช้ที่ดินตามแนวระบบขนส่ง
น.ส.จุฬารัตน์ กล่าวว่า นอกจาก AFD ก็ยังมีสถาบันเครดิตเพื่อการบูรณะและการพัฒนาแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (KFW) ที่สนใจลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งวงเงิน 2 ล้านล้านบาทของไทยเช่นกัน
ขณะเดียวกัน กระทรวงการคลังยังได้หารือทวิภาคีกับสถาบันการเงินต่างประเทศ ได้แก่ UBS Investment BankBarclays Mizuho Bank และ Daiwa Securities Group ถึงภาวะเศรษฐกิจของไทย ภาวะตลาดการเงินโลก และความร่วมมือในการบริหารความเสี่ยงหนี้สกุลเงินตราต่างประเทศ โดยเฉพาะสกุลเงินเยนของรัฐวิสาหกิจไทย
นอกจากนั้น ยังหารือถึงแนวทางการระดมทุนในรูปแบบต่างๆ รวมถึงการระดมทุนในรูปแบบโครงการลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) และการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน
น.ส.จุฬารัตน์ กล่าวว่า สำหรับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาท อยู่ระหว่างการพิจารณาร่างกฎหมาย คาดว่าหากไม่มีปัญหา กฎหมายจะมีผลบังคับใช้และกู้ได้ภายในสิ้นปีนี้
สำหรับการกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท จะเป็นการทยอยกู้ลงทุนภายใน 7 ปี เฉลี่ยปีละ 23 แสนล้านบาทต่อปี ทำให้ไม่มีปัญหาหนี้สาธารณะสูง ซึ่งจากประมาณการสัดส่วนหนี้สาธารณะจะไม่เกิน 50% ต่อจีดีพี ตลอดการกู้เงินของโครงการ
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ในชั้นของกรรมาธิการ ได้มีกรรมาธิการที่มาจากฝ่ายค้านได้ซักถามรายละเอียดของโครงการอย่างมาก ซึ่งหลายโครงการพบว่าไม่มีความพร้อม โดยเฉพาะโครงการรถไฟความเร็วสูง 4 เส้นทาง มูลค่ากว่า 9 แสนล้านบาท พบว่าการลงทุนไม่คุ้มค่า







