
ชาวบ้าน3พันบุกทำเนียบฯทวงสัญญารัฐ
กลุ่มชาวบ้านในนาม "พีมูฟ" 3,000 คน ทยอยเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เตรียมเคลื่อนไปทำเนียบฯ ทวงข้อเรียกร้องต่อรัฐบาล ซัดไม่จริงใจแก้ปัญหามานานกว่า 1 ปี
กลุ่มชาวบ้านในนาม "พีมูฟ" 3,000 คน ทยอยเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เตรียมเคลื่อนไปทำเนียบฯ ทวงข้อเรียกร้องต่อรัฐบาล ซัดไม่จริงใจแก้ปัญหามานานกว่า 1 ปี
เมื่อวันที่ 5 พ.ค.ชาวบ้านจากเครือข่ายต่างๆที่ประสบความเดือดร้อนเนื่องจากผลพวงการพัฒนาที่ผิดพลาดในอดีตจากจังหวัดต่างๆทั่วทุกภาค ในนามของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม(ขปส.)หรือ“พีมูฟ” ได้ทยอยเดินทางกันขึ้นรถไฟและรถบัส เข้ามายังกรุงเทพฯ เพื่อเคลื่อนไหวติดตามข้อเรียกร้องจากรัฐบาลใน 7 กลุ่มปัญหา โดยคาดว่าจะมีชาวบ้านเดินทางมารวมตัวกันราว 3,000 คน ซึ่งได้มีการนัดหมายกันไว้ที่ลานพระบรมรูปทรงม้าในช่วงเช้าของวันที่ 6 พ.ค. และจะเดินทางต่อไปยังทำเนียบรัฐบาล
สำหรับ 7 กลุ่มปัญหาของชาวบ้านประกอบด้วย 1.ปัญหานโยบายที่ไม่สำเร็จลุล่วง โดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายโฉนดชุมชน ซึ่งขณะนี้ชาวบ้านที่อยู่ในที่ดินดั้งเดิมต่างเดือดร้อนเนื่องจากถูกจับกุมจากหน่วยงานของรัฐ 2.ปัญหาคดีความคนจนที่ทั้งหมดอยู่ในกระบวนการพิจารณาแก้ไขปัญหาและเยียวยาจากรัฐบาล แต่กลับมีการเดินเนินคดีอย่างต่อเนื่อง 3.ปัญหาที่ดินชุมชนทับซ้อนกับที่ดินรัฐ 4.ปัญหาที่อยู่อาศัยและสาธารณูปโภค 5.ปัญหาผลกระทบจากเหมืองแร่ โรงไฟฟ้าและโรงโม่หิน 6.ปัญหาสัญชาติและชาติพันธุ์ 7.ปัญหาผลกระทบจากการสร้างเขื่อน
ทั้งนี้ใน 7 กลุ่มปัญหานั้น มีกรณีเร่งด่วนที่รัฐบาลต้องเร่งแก้ไข 31 กรณีปัญหา จากกรณีปัญหาทั้งหมด 540 กรณี โดยข้อเสนอในการแก้ปัญหา อาทิ 1. ให้รัฐบาลเร่งรัดดำเนินการจัดตั้งกองทุนธนาคารที่ดินเพื่อการเกษตร สำหรับนำเงินลงทุนไปซื้อที่ดินที่ถือครองเกินขนาด รวมทั้งจัดซื้อที่ดินที่เป็นทรัพย์ประกันหนี้เสียของธนาคารและสถาบันการเงินมาบริหารให้กระจายไปยังเกษตรกรที่ไร้ที่ดินและที่มีที่ดินไม่พอทำกิน 2.ให้รัฐบาลดำเนินการออกพรบ.โฉนดชุมชน แทนระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีรองรับพื้นที่ขอจัดทำโฉนดชุมชนเพื่อเป็นหลักประกันในความมั่นคงในที่อยู่อาศัยและการถือครองที่ดินให้เกษตรกร รวมทั้งเป็นการแก้ปัญหาข้อพิพาทระหว่างหน่วยงานรัฐที่ดูแลพื้นที่กับผู้ใช้ประโยชน์ในพื้นที่ทำการเกษตรให้เกิดผลประโยชน์สูงสุด
3.ให้รัฐบาลเร่งรัดการดำเนินการออกโฉนดชุมชนในพื้นที่ 450 ชุมชน ตามแนวทางของสำนักงาสนโฉนดชุมชน 4.สานต่อนโยบายการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยตามโครงการบ้านมั่นคง 5.โครงการีที่อยู่อาศัยคนจนให้การไฟฟ้าและการประปามีหน้าที่จัดหาสาธารณูปโภคโดยไม่คิดงบประมาณลงทุนเพิ่ม 6.อุดหนุนงบประมาณรายปีเพื่อใช้ในกรณีฉุกเฉิน เช่น ถูกไฟไหม้ ภัยพิบัติต่างๆ
7.โครงการพัฒนาที่กระทบเรื่องที่อยู่อาศัยต้อคำนวณงบประมาณการแก้ปัญหาด้านที่อยู่อาศัยเป็นต้นทุนด้วย 8.ให้รัฐบาลมีนโยบายนำที่ดินรัฐมาจัดสรรเป็นที่อยู่อาศัยสำหรับคนจน 9.ให้มีนโยบายและกลไกแก้ปัญหาคนเร่ร่อนไร้บ้านอย่างชัดเจน 10.กรณีเขื่อนปากมูลให้รัฐบาลนำผลการเจรจาเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2554 เข้าสู่การพิจารณาการประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อให้ความเห็นชอบ
อนึ่ง ก่อนหน้านี้รัฐบาลชุดปัจจุบันได้แต่งตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อ สังคมที่เป็นธรรม โดยมีรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานคณะกรรมการฯ จากเริ่มนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ จนมาถึง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง และมีการแต่งตั้งอนุกรรมการขึ้นอีกจำนวน 10 คณะ เพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหา แต่กลไกเหล่านั้นก็ไม่สามารถดำเนินการใดๆ ได้ในช่วงเวลากว่า 1 ปีที่ผ่านมา ซึ่งพีมูฟเชื่อว่าอุปสรรคสำคัญเกิดจากการไม่ให้ความสำคัญต่อการแก้ไขปัญหาของรัฐบาล
กระทั่งเมื่อวันที่ 2 ต.ค.2555 พีมูฟเจรจากับน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โดยมีข้อสรุปร่วมกันว่า นายกรัฐมนตรีจะเปิดการเจรจาอย่างเป็นทางการภายในเดือนพฤศจิกายน 2555 แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่การเจรจาอย่างเป็นทางการ ทำให้การแก้ไขปัญหาไม่มีความคืบหน้าเลย ขณะที่ในพื้นที่ยังมีการคุกคาม จับกุมชาวบ้านอยู่ ดังนั้นเครือข่ายชาวบ้านจึงเข้ามาเคลื่อนไหวติดตาม เพื่อเร่งรัดให้รัฐบาลดำเนินตามข้อตกลง ที่ได้รับปากและให้ถูกนำไปปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม







