
เตรียมขึ้นทะเบียนมรดกโลก ทางวัฒนธรรม โบสถ์วัดเบญจฯ วัดราชาธิวาส วัดพระปฐมเจดีย์
กระทรวงวัฒนธรรมเตรียมนำผลงานด้านศิลปกรรมสร้างสรรค์โดย สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ขึ้นทะเบียนมรดกโลกทางวัฒนธรรม
โดย...สมาน สุดโต
กระทรวงวัฒนธรรมเตรียมนำผลงานด้านศิลปกรรมสร้างสรรค์โดย สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ขึ้นทะเบียนมรดกโลกทางวัฒนธรรม เพื่อเชิดชูพระเกียรติยศนายช่างใหญ่แห่งสยามต่อไป
ในงานสัมมนา สรรพศิลปสิทธิวิทยาธร : สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ เนื่องในวันประสูติ 150 ปี ในสมเด็จฯ พระองค์นั้น เมื่อวันที่ 29 เม.ย. 2556 ณ ห้องประชุมสำนักหอสมุดแห่งชาติ วิทยากรในการเสวนาทางวิชาการเรื่องสมเด็จเจ้าฟ้าฯ นริศ กับงานประณีตศิลป์ วรวินัย หิรัญมาศ วิทยาลัยเพาะช่าง นิยม กลิ่นบุบผา ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านช่างศิลปกรรม (ช่างสิบหมู่) กรมศิลปากร ได้เปิดเผยเรื่องนี้ ว่า ผลงานสร้างสรรค์ที่เป็นศิลปกรรมของสมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ที่จะนำขึ้นทะเบียนมรดกโลกทางวัฒนธรรม ได้แก่ ตึกถาวรวัตถุ หรือตึกแดง หน้าวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ พระอุโบสถวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร พระอุโบสถวัดราชาธิวาสวรมหาวิหาร และพระอุโบสถวัดพระปฐมเจดีย์ราชวรมหาวิหาร
ในเรื่องนี้ ม.ร.ว.จักรรถ จิตรพงศ์ ซึ่งเป็นหลานสมเด็จปู่ และเลขาธิการมูลนิธินริศรานุวัดติวงศ์ ในฐานะผู้แทนราชสกุลจิตรพงศ์ กล่าวในปาฐกถาเรื่องสมเด็จครู ว่า งานออกแบบพระอุโบสถ 3 แห่งนั้น ที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักของสาธารณชนว่าเป็นผลงานของสมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์มากอันดับที่ 1คือพระอุโบสถวัดเบญมบพิตร รองลงมาคือพระอุโบสถวัดราชาธิวาส และคนรู้จักน้อยที่สุดคือพระอุโบสถวัดพระปฐมเจดีย์ แต่ละแห่งมีความงามเป็นเอกลักษณ์ บ่งบอกว่าเป็นผลงานของสมเด็จครู
โบสถ์วัดเบญจฯ งามดังชะลอฟ้ามาสร้าง
พระอุโบสถวัดเบญจมบพิตรนั้นงดงามอย่างไร ต้องบทกวีตอนหนึ่งที่ เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ศิลปินแห่งชาติ ประพันธ์เทิดพระเกียรติสมเด็จครูว่า องค์พระอุโบสถ วัดเบญจมบพิตรผจง ชะลอฟ้ามาลอยลง ราวบทกวีแห่งสรวงสวรรค์
เป็นการบรรยายความงาม้ทั้งหมด ด้วยบทกวีเพียง 1 บทเท่านั้น
หากดูด้วยตาเนื้อมนุษย์ธรรมดาอย่างผู้คนทั่วไปก็ต้องบอกว่างามแบบไม่มีที่ติ เป็นงานสร้างสรรค์ดังเนรมิตร บรรเจิดด้วยความงามทุกมิติตั้งแต่บัวลาดถึงช่อฟ้า ส่วนโครงสร้างภายในก็งามอย่างที่ไม่สามารถนำคำใดมาบรรยายได้ นอกจากตะลึงแล
ด้วยความโดดเด่นของพระอุโบสถหลังนี้ ทำให้วัดต่างๆ หลายแห่งจำลองแบบเอาไปสร้างแม้จะได้ไปเพียงบางส่วน เช่น แบบจตุรมุขก็พอใจแล้ว ในขณะที่ภาครัฐก็ถือว่าเป็นงานศิลปกรรมที่จะอวดแก่ชาวโลกได้ว่าแบบนี้แหละงานศิลปกรรมของไทย หรืออยากรู้จักประเทศไทย ก็เชิญชวนให้ดูพระอุโบสถวัดเบญจมบพิตร เพราะฉะนั้นรัฐบาลจอมพล ป.พิบูลสงคราม จึงให้จำลองแบบพระอุโบสถวัดเบญจมบพิตรไปสร้างที่วัดไทยพุทธคยา ประเทศอินเดีย เมื่อ พ.ศ. 2500 ตรงกับงานฉลอง 25 พุทธศตวรรษ
โบสถ์วัดราชาแบบเขมรประยุกต์
ส่วนพระอุโบสถวัดราชาธิวาสนั้น สร้างเมื่อ พ.ศ. 2450(ร.ศ. 127) เป็นศิลปะแบบเขมรประยุกต์ คล้ายนครวัด เป็นสถาปัตยกรรมลายปูนปั้นผินหน้าไปทางทิศตะวันตกซึ่งเป็นแม่น้ำเจ้าพระยา ออกแบบโดยสมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทั้งภายนอกและตกแต่งภายใน มีความสง่างามทั้งตัวโครงสร้างตั้งแต่กำแพงแก้ว บัวหงาย บัวคว่ำ ถึงหลังคา และหน้าบัน
ที่ด้านหน้าพระอุโบสถจะพบบันไดนาคทอดตัวรองรับผู้จะเดินทางเข้าไปกราบไหว้พระประธาน พระสัมพุทธพรรณี ในพระอุโบสถ ที่ประดิษฐานภายใต้เศวตรฉัตร 9 ชั้นที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงโปรดฯ ให้หล่อพระราชทาน ซึ่งมีแห่งเดียวในประเทศไทย
หลังพระประธานเป็นซุ้มคูหามีภาพพระพุทธเจ้าเสด็จมาเหนือเมฆ กำลังทรงตอบปัญหาพระสารีบุตร โดยมีพระอินทร์เข้าเฝ้า และที่ซุ้มคูหานี้เช่นกันที่สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงออกแบบพระราชลัญจกร 5 รัชกาล ตั้งแต่รัชกาลที่ 1 ถึงรัชกาลที่ 5 ประดับไว้แบบที่ไม่มีที่ไหนเหมือน
เมื่อดูการตกแต่งภายใน จะพบภาพเขียนฝาผนังทั้ง 3 ด้าน แต่ผู้ที่ดูจะต้องอุทานด้วยความอัศจรรย์ใจ ที่เห็นตัวละครในเรื่องพระเวสสันดร หน้าตาเป็นฝรั่ง แม้กระทั่งชูชก ข้อมูลที่ถูกถ่ายทอดจากวิทยากร รวมทั้ง ม.ร.ว.จักรรถ จิตรพงศ์ พูดตรงกัน สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงเขียนแบบพระอุโบสถทั้งหลัง และออกแบบภาพเขียนฝาผนังเรื่องพระเวสสันดรชาดก ส่วนผู้ที่ลงสีเป็นนักเขียนชาวอิตาเลียนที่มีชื่อเสียง นาม คาร์โล ริโกลี
ความอัศจรรย์มีมากนอกจากภาพเขียนมีหน้าตา และรูปลักษณ์เป็นฝรั่งแล้ว คุณเดินไปทางไหน ช้างพระราชพาหนะของพระเวสสันดรจะมองตามท่านตลอดเวลา ไม่เชื่อก็ไปดูด้วยตนเอง ซึ่งพระเทพวิสุทธิกวี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชาธิวาส เป็นผู้ชี้ชวนให้ดู พร้อมทั้งถ่ายภาพช้างมาให้ดูด้วย
การดูแลรักษา
เมื่อได้กราบพระธรรมกวี อายุ 83 ปี เจ้าอาวาสวัดราชาธิวาสว่าดูแลศิลปะวัตถุทรงคุณค่าเช่นพระอุโบสถอย่างไร ท่านก็บอกว่าก็มีพระคอยดูแลอยู่เป็นประจำ ส่วนการบูรณะปฏิสังขรณ์นั้นเป็นงานที่หลวงจัดมาให้ ถึงกระนั้นในฐานะเจ้าอาวาสก็ต้องติดตามดูความเรียบร้อยเสมอ
ครั้งหนึ่งบริษัทที่ได้รับคัดเลือกมาซ่อมหลังคาพระอุโบสถ ชื่อย่อว่า ช.ฟ. ทำงานชุ่ยไม่รับผิดชอบ ซ่อมแล้วหลังคารั่วฝนตกลงมาไหลไปโดนภาพพระเวสสันดรตอน นครกัณฑ์ ท่านสั่งให้บริษัทนี้แก้ไข แต่ไม่ได้คำตอบและไม่รับผิดชอบ ท่านจึงต้องขอให้พระในวัดขึ้นไปแก้ไขซ่อมแซมไม่ให้รั่ว เรื่องนี้ท่านรู้สึกสะเทือนใจมากจึงเขียนบันทึกไว้ว่าถ้าหากยังเป็นเจ้าอาวาสและมีชีวิตอยู่ขออย่าได้เห็นบริษัทนี้มาซ่อมวัดนี้อีกเลย
ท่านพูดถึงเรื่องนี้พร้อมกับยกมือทาบอก เพราะมีความรู้สึกเจ็บปวดกลัวว่าศิลปะล้ำค่าของชาติจะเสียหาย และเสียใจที่บริษัทที่ว่าไม่มีความรับผิดชอบ
ส่วนพระอุโบสถวัดพระปฐมเจดีย์นั้น เป็นพระอุโบสถขนาดเล็ก ต่างกับพระอุโบสถวัดเบญจมบพิตร และวัดราชาธิวาส แต่ถึงกระนั้นก็มีความโดเด่น ในด้านความเรียบง่าย หากแต่เต็มไปด้วยศิลปะ
ผลงานและฝีพระหัตถ์ยังมีจัดตั้งแสดงในรูปนิทรรศการที่สำนักหอสมุดแห่งชาติทุกวัน จนถึงวันที่ 30 มิ.ย. 2556 หรือไปดูสถานที่จริง นอกจากได้ไหว้พระ ยังได้รับรับความดื่มด่ำงานฝีมือชั้นครูอีกด้วย







