
แก้รัฐธรรมนูญ
เรื่องแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญนี่จะว่ากันไปแล้วเป็นเรื่องธรรมดาเหลือเกิน ยิ่งถ้าเรามองโดยหลักรัฐธรรมนูญนิยม (Constitutionalism) ที่มองว่ารัฐธรรมนูญเป็นต้นไม้ที่เติบโตคู่บ้านคู่เมือง อาจจะมีการตัดแต่งกิ่งก้านตามกาลเวลา คิดได้เช่นนี้ แล้วหาข้อสรุปร่วมกันอย่างเป็นอารยะ เหมือนการดูแลการเติบโตของต้นไม้ บ้านเมืองก็จะสงบเรียบร้อย
เรื่องแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญนี่จะว่ากันไปแล้วเป็นเรื่องธรรมดาเหลือเกิน ยิ่งถ้าเรามองโดยหลักรัฐธรรมนูญนิยม (Constitutionalism) ที่มองว่ารัฐธรรมนูญเป็นต้นไม้ที่เติบโตคู่บ้านคู่เมือง อาจจะมีการตัดแต่งกิ่งก้านตามกาลเวลา คิดได้เช่นนี้ แล้วหาข้อสรุปร่วมกันอย่างเป็นอารยะ เหมือนการดูแลการเติบโตของต้นไม้ บ้านเมืองก็จะสงบเรียบร้อย
ลองพิจารณาเรื่องที่เป็นปัญหาขณะนี้หยิบยกเอามาตรา 68 ของรัฐธรรมนูญมาดูว่าระบุอย่างไร
“มาตรา 68 บุคคลจะใช้สิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญนี้ หรือเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี้ มิได้
ในกรณีที่บุคคลหรือพรรคการเมืองใดกระทำการตามวรรคหนึ่ง ผู้ทราบการกระทำดังกล่าวย่อมมีสิทธิเสนอเรื่องให้อัยการสูงสุดตรวจสอบข้อเท็จจริงและยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งการให้เลิกการกระทำดังกล่าว แต่ไม่กระทบต่อการดำเนินคดีอาญาต่อผู้กระทำการดังกล่าว
ในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งการให้พรรคการเมืองใดเลิกกระทำการตามวรรคสอง ศาลรัฐธรรมนูญอาจสั่งยุบพรรคการเมืองดังกล่าวได้
ในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรคการเมืองตามวรรคสาม ให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของหัวหน้าพรรคการเมืองและกรรมการบริหารของพรรคการเมืองที่ถูกยุบในขณะที่กระทำความผิดตามวรรคหนึ่ง เป็นระยะเวลา 5 ปี นับแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งดังกล่าว”
อะไรจะเป็นสิ่งที่เข้าตามมาตรา 68 วรรคหนึ่งหรือไม่ คงจะต้องพิเคราะห์กันยาวหน่อย วันนี้ลองดูไปที่วรรคสอง โดยสมมติว่ามีผู้ที่คิดว่าตนไปทราบการกระทำตามวรรคหนึ่งเข้า แล้วเลยมาดำเนินการตามวรรคสอง ถ้อยคำที่ต้องพิจารณา คือ “ผู้ทราบการกระทำดังกล่าวย่อมมีสิทธิเสนอเรื่องให้อัยการสูงสุดตรวจสอบข้อเท็จจริงและยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งการให้เลิกการกระทำดังกล่าว”
ถ้อยคำในส่วนนี้อ่านได้ 2 แบบ แบบแรก “ผู้ทราบการกระทำดังกล่าวย่อมมีสิทธิ” “เสนอเรื่องให้อัยการสูงสุดตรวจสอบข้อเท็จจริง” “และ” (มีสิทธิ) “ยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งการให้เลิกการกระทำดังกล่าว” แบบที่สอง “ผู้ทราบการกระทำดังกล่าวย่อมมีสิทธิเสนอเรื่อง” “ให้อัยการสูงสุดตรวจสอบข้อเท็จจริง” “และ” (เสนอเรื่อง) (ให้อัยการสูงสุด) “ยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งการให้เลิกการกระทำดังกล่าว”
ลองพิจารณาดูการอ่านทั้งสองแบบ และอาจจะเพิ่มเติมแบบต่างๆ ตามแต่ท่านจะคิดว่าเป็นไปได้เข้าไป แล้วลองถามตัวท่านเองดูว่า ตามมาตรานี้ใครจะต้องเป็นผู้วินิจฉัย เพราะเหตุใด







