
เอไอเอส/ดีแทคลักไก่3จี
กทค.ชี้ส่งเอสเอ็มเอสล็อกห้ามข้ามค่ายไม่ถูกย้ำจัดแพ็กเกจลด15%ก่อนเปิดตัว7พ.ค.
กทค.ชี้ส่งเอสเอ็มเอสล็อกห้ามข้ามค่ายไม่ถูกย้ำจัดแพ็กเกจลด15%ก่อนเปิดตัว7พ.ค.
กทค.ติงเอไอเอสดีแทค โอนลูกค้าผ่านเอสเอ็มเอสไม่ถูกต้อง บี้ 3 ค่ายมือถือ ลดค่าบริการ 15%
นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) เปิดเผยว่า หลังการเรียกผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทุกรายเข้าประชุมเพื่อเตรียมพร้อมการให้บริการ 3จี ใหม่ ที่จะเริ่มเปิดให้บริการช่วงวันที่ 79 พ.ค. พบว่าขณะนี้มีผู้ให้บริการ 2 ราย คือ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) และบริษัท โทเทิ่ลแอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) ดำเนินการเปลี่ยนลูกค้าไประบบใหม่ 3จี ไม่ถูกต้อง โดยให้ลูกค้าส่งเอสเอ็มเอสลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ
ทั้งนี้ วิธีดังกล่าวอาจเป็นการโอนย้ายลูกค้าอัตโนมัติ โดยไม่ผ่านกระบวนการทางเทคนิคของบริการคงสิทธิเลขหมาย (นัมเบอร์พอร์ทิบิลิตี้) ที่กระบวนการโอนย้ายต้องผ่านศูนย์ข้อมูลกลาง (เคลียริ่งเฮ้าส์) และการเปิดให้ลูกค้าเอสเอ็มเอสเพื่อรับสิทธิใช้บริการ 3จี ใหม่นั้น ยังจำกัดแค่ลูกค้าในระบบเดียวกัน คือ เอไอเอสกับเอไอเอส 3จี และดีแทคกับดีแทค 3จี แต่หากเป็นเอไอเอสไปดีแทคไม่สามารถทำได้ ซึ่งไม่ถูกต้อง
นพ.ประวิทย์ กล่าวว่า ขั้นตอนนัมเบอร์พอร์ตตามกฎหมายนั้น กำหนดให้ผู้ใช้สามารถใช้ช่องทางเอสเอ็มเอสได้ ดังนั้นจะต้องไม่จำกัดแค่การโอนย้ายภายในระบบเดียวกันเท่านั้น ซึ่งทางผู้ประกอบการได้ชี้แจงในเรื่องนี้ว่า เป็นเพียงการลงทะเบียนเพื่อดูจำนวนลูกค้าเท่านั้น ไม่ใช่การโอนย้าย และจะดำเนินการเข้าเคลียริ่งเฮ้าส์ปกติ เมื่อมีการพอร์ตเลขหมายจริง
นอกจากนี้ ยังเตรียมหารือเรื่องแผนการขยายระบบโอนย้ายเลขหมายอีกครั้งวันที่ 10 พ.ค. โดย กทค.จะขอให้บริษัท เทเลคอร์เดีย ผู้จัดทำระบบเคลียริ่งเฮ้าส์ ขยายปริมาณการโอนย้ายลูกค้าเพิ่มจาก 4 หมื่นเลขหมาย เป็น 3 แสนเลขหมายต่อวัน เพื่อสามารถรองรับความต้องการของลูกค้าที่จะโอนย้ายไป 3จี มากขึ้น หลังจาก 3จี เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ รวมทั้งการลดค่าธรรมเนียมนัมเบอร์พอร์ตที่จะถูกลงกว่า 99 บาท หรือบางรายอาจมีโปรโมชั่นยกเว้นค่าธรรมเนียมก็สามารถทำได้
ขณะที่นโยบายลดค่าบริการ 3จี ลง 15% นั้น ทาง กทค.ต้องการให้ผู้ประกอบการนำเสนอทางเลือกที่หลากหลาย และต้องการเห็นราคาที่ถูกลงชัดเจน ไม่ใช่ราคาเท่าเดิมแล้วอ้างว่าปริมาณดาต้าเพิ่มขึ้น โดยแนวทางที่เป็นไปได้ คือ ออกแพ็กเกจราคาใหม่ที่ถูกลงกว่าที่มีอยู่ในตลาดปัจจุบัน หรือออกแพ็กเกจ 3จี ราคาถูก เช่น 199 บาท เพื่อให้ทุกกลุ่มลูกค้าสามารถเลือกแพ็กเกจที่เหมาะกับการใช้งานของตัวเองได้มากขึ้น
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าผู้ให้บริการทั้ง 3 รายจะเปิดให้บริการ 3จี ช่วงวันที่ 79 พ.ค. แต่จนถึงขณะนี้ทางเอไอเอส ซึ่งเป็นรายแรกที่จะเปิดให้บริการวันที่ 7 พ.ค. ยังไม่ได้ส่งรายละเอียดของสัญญาการให้บริการที่ต้องแก้ไข เพื่อป้องกันผู้ใช้บริการถูกเอาเปรียบ และทาง กทค.ก็ไม่ได้ยับยั้งเรื่องการให้บริการของเอไอเอส ส่งผลให้ผู้บริโภคต้องระวังเรื่องรายละเอียดการให้บริการที่อาจถูกเอาเปรียบได้ในภายหลัง
สำหรับสัญญาการให้บริการ 3จี ที่ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้ง 3 ราย คือ บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค ดีแทค เนทเวอร์ค และ เรียล ฟิวเจอร์ ขออนุมัติมานั้น ทาง กทค.ได้ขอให้ผู้ประกอบการแก้ไขเพิ่มเติมในบางประเด็น เช่น การเพิ่มวงเงินการใช้บริการต้องเป็นสิทธิของผู้ใช้บริการด้วย จากเดิมที่เป็นสิทธิของผู้ให้บริการอย่างเดียว นอกจากนี้ยังมีเรื่องการระงับการให้บริการหากไม่มีการเคลื่อนไหวเบอร์ดังกล่าว ซึ่งกำหนดให้เป็นสิทธิของผู้ให้บริการในการกำหนดระยะเวลา โดยอาจยึดตามข้อเสนอของดีแทคและทรูที่กำหนดมา 30 วัน แต่ทั้งนี้ต้องแจ้งผู้ใช้ล่วงหน้า 30 วันเช่นกันหากจะระงับเบอร์
ด้านรายละเอียดอื่นๆ ที่ต้องแก้ไข ประกอบด้วย การให้บริการเสริม เช่น การดาวน์โหลด หรือสมัครบริการรับข่าวสาร ผู้ให้บริการต้องรับผิดชอบปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างการดาวน์โหลดหากการดาวน์โหลดไม่สมบูรณ์ การแจ้งรายละเอียดค่าบริการ และการใช้บริการที่ต้องไม่ตามอำเภอใจของผู้ให้บริการเกินไปเช่น หากผู้ใช้ขอรับรายละเอียดค่าใช้บริการในรอบนั้นซ้ำอีก ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมตามอัตราที่บริษัทกำหนด นอกจากนั้น ยังรวมถึงการคืนเงินแก่ผู้บริโภคเมื่อเลิกสัญญา ซึ่งกฎหมายกำหนดว่าจะต้องคืนเต็มจำนวน แต่บางบริษัทใช้คำว่าจะคืน“เงินสุทธิ” หลังหักค่าใช้จ่าย ข้อกำหนดเรื่องความรับผิดชอบของผู้บริโภคกรณีทำสัญญาโปรโมชั่นเครื่องราคาถูกกับผู้ให้บริการและต้องการยกเลิกสัญญาก่อนกำหนด ไม่จำเป็นต้องเสียค่าปรับหรือค่าเสียหายจากการไม่ใช้บริการต่อ
ทั้งนี้ ตามเงื่อนไขแนบท้ายในใบอนุญาต (ไลเซนส์) ที่กทค. กำหนดไว้ คือ ราคาค่าบริการ 3 จีโดยเฉลี่ยทั้งตลาดจะถูกลง 15% แต่ไม่ได้หมายความว่าแต่ละแพคเกจจะต้องถูกลง 15% ซึ่งอัตราที่ถูกลงนั้นจะคำนวณตามหลักเศรษฐศาสตร์ ซึ่งอาจเป็นในรูปแบบการใช้งานดาต้าที่เพิ่มมากขึ้น หรือ การมีแพคเกจเป็นทางเลือกมากขึ้น
“ภาพรวมของค่าบริการทั้งตลาดจะถูกลง แต่ไม่ได้หมายถึงค่าบริการจะถูกลง ซึ่งผู้บริโภคต้องฉลาดเลือกแพคเกจที่เหมาะสมกับตัวเอง ส่วนจะถูกลงรูปแบบไหน จะเรียกผู้ให้บริการมาหารือเรื่องต้นทุน เพราะ กทค.ต้องประกาศอัตราค่าบริการขั้นสูงให้ได้ภายใน 1 ปี” พ.อ.เศรษฐพงค์กล่าว
สำหรับสัญญาการให้บริการ







