
ผังกทม.ใหม่หนุนเมืองบริวาร
เน้นกระจายศูนย์กลางใช้รถไฟฟ้าเชื่อมต่อมั่นใจประกาศใช้ก่อน16พ.ค.แน่
เน้นกระจายศูนย์กลางใช้รถไฟฟ้าเชื่อมต่อมั่นใจประกาศใช้ก่อน16พ.ค.แน่
ผังเมือง กทม.เน้นกระจายศูนย์กลางเมือง หนุนที่อยู่ใกล้รถไฟฟ้า ยันประกาศใช้ทันเส้นตาย
นายจุมพล สำเภาพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า ผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร (กทม.) ฉบับใหม่ ที่เตรียมจะประกาศใช้จะมีปรับเปลี่ยนการใช้ประโยชน์ที่ดินมีด้วยกัน 34 บริเวณ โดยเน้นกระจายศูนย์กลางของเมืองไปยังหลายพื้นที่ ในลักษณะแซทเทลไลท์ ทาวน์ (Satellite Town) หรือเมืองบริวาร ซึ่งแตกต่างจากในอดีตที่ศูนย์กลางของเมืองจะกระจุกตัวเฉพาะในตัวเมืองเท่านั้น นอกจากนี้ผังเมือง กทม.ฉบับใหม่มีการปรับเพิ่มพื้นที่พักอาศัยหนาแน่นปานกลางและหนาแน่นมาก เพื่อให้สอดคล้องกับรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายที่ภาครัฐได้ลงทุนไป และยังสอดคล้องกับศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ แจ้งวัฒนะด้วย
“หลังจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติร่างผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร (ปรับปรุงครั้งที่ 3) แล้ว มั่นใจว่าจะประกาศใช้ทันในวันที่ 16 พ.ค.นี้แน่นอน เพราะเหลือขั้นตอนเพียงลงนามและประกาศในราชกิจจานุเบกษาเท่านั้น” นายจุมพล กล่าว
สำหรับภาพรวมของผังเมืองรวม กทม.ฉบับใหม่ จะแบ่งเป็นพื้นที่เกษตรกรรม 30% ที่อยู่อาศัย 30% พื้นที่สีเขียว 25% และประมาณ 15% เป็นพื้นที่พาณิชยกรรม ซึ่งหากวิเคราะห์จากสัดส่วนนี้ ยอมรับว่าพื้นที่สีเขียวใน กทม. ยังต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานของเมืองใหญ่ แต่การกำหนดพื้นที่สีเขียวก็ต้องดูด้วยว่าลิดรอนสิทธิของประชาชนหรือไม่ นอกจากนี้ สำนักผังเมือง กทม.ยังมีการจัดสัมมนาให้ความรู้เกี่ยวกับผังเมืองฉบับใหม่ให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกัน โดยเฉพาะหน่วยงานภาครัฐ ทั้งระดับบริหาร และระดับท้องถิ่น ที่ต้องสามารถให้ความรู้กับภาคประชาชนต่อในอีกระดับหนึ่ง
นายนพนันท์ ตาปนานนท์ ผู้จัดการโครงการวางและจัดทำผังเมืองรวม กทม. (ปรับปรุงครั้งที่ 3) กล่าวว่า ผังเมืองรวม กทม.ฉบับใหม่มีการปรับเปลี่ยนการใช้ประโยชน์ที่ดินในบางพื้นที่ มีทั้งการปรับเปลี่ยนในเชิงบวก เช่น บริเวณศูนย์ชุมชนชานเมือง ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ แจ้งวัฒนะ และการปรับเปลี่ยนการใช้ประโยชน์ที่ดินที่ลดลง เช่น บริเวณบางขุนเทียนให้เป็นเขียวลาย เพื่อควบคุมการพัฒนา เพราะมองว่าเป็นพื้นที่ระบายน้ำและเสี่ยงอุทกภัย ซึ่งเข้าใจดีว่าอาจทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำกับพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งเป็นพื้นที่ของ จ.สมุทรสาคร ทำให้เห็นความแตกต่างของการพัฒนา
ล่าสุด ได้มีการหารือเบื้องต้นกับกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย ว่าในอนาคตควรให้ กทม.และจังหวัดปริมณฑลได้จัดทำผังเมืองร่วมกัน ในลักษณะผังเมืองมหานคร เพื่อให้การพัฒนาเมืองมีความสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน ลดพื้นที่เหลื่อมล้ำ เนื่องจากปัจจุบันเมืองขยายตัวออกไปยังรอบนอกที่มีพื้นที่ติดกับ กทม. ซึ่งนอกจากจะต้องวางผังเมืองร่วมกันแล้ว ยังต้องวางแผนเรื่องจราจรร่วมกันด้วย เพื่อลดปัญหาการจราจรติดขัดในช่วงรอยต่อเมือง จากการขับรถส่วนบุคคลเข้ามาทำงานในตัวเมือง กทม.







