
มาร์คห่วงบีอาร์เอ็นยกระดับเจรจา
ผู้นำฝ่ายค้าน จี้ ลดความรุนแรงในพื้นที่ ก่อนเจรจารอบ 3 ห่วง บีอาร์เอ็นใช้เวทีเจรจายกระดับข้อเรียกร้อง
ผู้นำฝ่ายค้าน จี้ ลดความรุนแรงในพื้นที่ ก่อนเจรจารอบ 3 ห่วง บีอาร์เอ็นใช้เวทีเจรจายกระดับข้อเรียกร้อง
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ไม่อยากให้รัฐบาลต้องกังวลว่าการเจรจาสันติภาพจะต้องล้มหรือไม่ แต่อยากให้คำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนและประสิทธิภาพของการทำงาน เและการแก้ปัญหาจะมุ่งแต่การพูดคุยอย่างเดียวไม่ได้ เนื่องจากต้องดูด้วยว่าข้อตกลงจากการพูดคุยจะมีผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่อย่างไร
อย่างไรก็ตาม จากวันนี้ถึง 13 มิ.ย. ที่จะมีการพูดคุยรอบสาม ควรจะมีการติดต่อสื่อสารเป็นการภายในให้ชัดว่า เราต้องการจะเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนในเรื่องการลดความรุนแรง ไม่เช่นนั้นก็อาจต้องเลื่อนการพูดคุยออกไป แต่จะใช้วิธีใดต่อรองอย่างไรก็คงเป็นดุลพินิจของคนทำงาน
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ควรปล่อยให้เกิดสภาพความรุนแรงในพื้นที่และการเรียกร้องนอกกรอบด้วย ในขณะที่รัฐบาลบอกจะคุยไปเรื่อยๆ เพราะถ้าทำเช่นนั้นความสูญเสียในพื้นที่จะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และกลายเป็นว่ากลุ่มที่มาคุยไม่ได้หวังให้การพูดคุยเป็นเครื่องมือแก้ปัญหาแต่หวังใช้เป็นเครื่องมือหรือทางผ่านไปสู่ข้อเรียกร้องที่สูงกว่า เวทีที่กว้างกว่า ซึ่งจะทำให้รัฐบาลหาทางออกยากยิ่งขึ้น
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า กรณี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร โพสต์เฟซบุ๊ค ระบุว่าเดินทางไปพบกับอดีตนายกฯและนายกของมาเลเซีย รวมทั้งผู้นำทางศาสนาเพื่อแก้ปัญหาความไม่สงบในภาคใต้นั้น จะเห็นว่าการเข้ามามีบทบาทในเรื่องนี้ของ พ.ต.ท.ทักษิณ คือ ตัวปัญหามาตั้งแต่ต้น เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ เข้าไปทำในลักษณะลองผิดลองถูก คิดแบบง่าย ๆ ว่า ถ้าการพูดคุยยังไม่ครบทุกกลุ่ม ก็ไปเอามาเพิ่มแต่ผลที่เกิดในพื้นที่ระหว่างการลองผิดลองถูกกลับไม่คำนึงถึง ทั้ง ๆ ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็เคยยอมรับว่า นโยบายคิดใหม่ ทำใหม่ ในอดีต มีความผิดพลาด แต่วันนี้กลับมาลองผิดลองถูกอีก จึงเป็นห่วงว่าจะยิ่งซ้ำเติมให้ปัญหาบานปลายออกไป
ทั้งนี้ อยากให้หน่วยงานด้านความมั่นคง หน่วยงานด้านการพัฒนา มีโอกาสนั่งอยู่กับนายกรัฐมนตรี ผู้กำหนดนโยบายเพื่อปรับกระบวนทั้งหมดรองรับกับสถานการณ์ แต่ถ้ายังปล่อยให้ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นผู้กำหนดนโยบาย สภาพความรุนแรงก็จะดำรงอยู่อย่างต่อเนื่อง และการพูดคุยก็จะบานปลายไปเป็นเรื่องอื่น ทั้งนี้หาก พ.ต.ท.ทักษิณ อยากช่วยด้วยเจตนาที่ดีคงไม่มีใครห้าม แต่ต้องมีความเข้าใจต่อสถานการณ์และต้องดูถึงผลที่ไปทำด้วย







