
ผังเมืองเพื่อทุกคน
ประเทศไทยมีกฎหมายผังเมืองบังคับใช้มาตั้งแต่ปี 2518 หรือเกือบๆ 40 ปีมาแล้ว ในขณะที่กรุงเทพมหานครมีการใช้ผังเมืองรวมมาตั้งแต่ปี 2535 เป็นเวลา 21 ปี ผังเมืองมีหน้าที่กำหนดทิศทางการพัฒนามหานครที่มีเนื้อที่ 1,568 ตารางกิโลเมตร ทั้งในมิติของการใช้ประโยชน์ในทรัพย์สิน การคมนาคมขนส่ง สาธารณูปโภค บริการสาธารณะ และดูแลในเรื่องของสภาพแวดล้อม โดยมีเป้าหมายให้กรุงเทพมหานครเป็นเมืองที่น่าอยู่
ประเทศไทยมีกฎหมายผังเมืองบังคับใช้มาตั้งแต่ปี 2518 หรือเกือบๆ 40 ปีมาแล้ว ในขณะที่กรุงเทพมหานครมีการใช้ผังเมืองรวมมาตั้งแต่ปี 2535 เป็นเวลา 21 ปี ผังเมืองมีหน้าที่กำหนดทิศทางการพัฒนามหานครที่มีเนื้อที่ 1,568 ตารางกิโลเมตร ทั้งในมิติของการใช้ประโยชน์ในทรัพย์สิน การคมนาคมขนส่ง สาธารณูปโภค บริการสาธารณะ และดูแลในเรื่องของสภาพแวดล้อม โดยมีเป้าหมายให้กรุงเทพมหานครเป็นเมืองที่น่าอยู่
กรุงเทพมหานครกำลังจะประกาศใช้ผังเมืองรวมฉบับใหม่ เป็นฉบับปรับปรุงครั้งที่ 3 โดยหนึ่งในวิสัยทัศน์ของผังเมืองฉบับนี้ เพื่อต้องการให้กรุงเทพมหานครเป็นเมืองที่เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ วิทยาการของประเทศ และของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สอดรับกับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน และอีกหนึ่งวิสัยทัศน์เพื่อให้กรุงเทพมหานครเป็นเมืองที่ส่งเสริมการรักษาสภาพแวดล้อมและธรรมชาติ สอดรับกับกระแสรณรงค์ลดภาวะโลกร้อน
เมื่อผังเมืองกรุงเทพมหานครมีเป้าหมายด้านการส่งเสริมสภาพแวดล้อม การลดภาวะก๊าซเรือนกระจก ข้อกำหนดในหลายข้อจึงพุ่งเป้าไปที่การทำให้กรุงเทพมหานครเป็นเมืองที่น่าอยู่ไม่แออัดยัดเยียดจนเกินไป จึงเป็นที่มาของแนวคิด ทำให้กรุงเทพมหานครเป็นเมืองที่หลวมมีช่องว่างช่องไฟมากขึ้น สวนทางกับการพัฒนาในยุคปัจจุบัน ที่จำเป็นต้องขยายตัวตามแนวสูงมากขึ้น เนื่องจากกรุงเทพมหานครมีพื้นที่อยู่จำกัด
การกำหนดอัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมต่อพื้นที่ดิน และอัตราส่วนของที่ว่างต่อพื้นที่อาคารรวม ที่เริ่มนำมาใช้ในผังเมืองฉบับปัจจุบัน เพื่อไม่ให้การก่อสร้างอาคารแออัดจนเกินไปนัก กลายเป็นเงื่อนไขที่ทำให้ราคาที่อยู่อาศัยในเขตเมืองแพงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ทุกวันนี้อาคารชุดราคา 2 ล้านบาทในเมืองมีขนาดเล็กไม่ต่างกับรังหนู คนชั้นกลาง คนมีรายได้น้อย ไม่สามารถซื้อที่อยู่อาศัยในเมืองได้ ต้องออกไปอยู่นอกเมืองที่ไกลออกไปเรื่อยๆ
การใช้ชีวิตประจำวันของคนกรุงเทพฯ ที่เป็นคนชั้นกลาง และคนระดับฐานรากมีความลำบากมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อให้ได้เมืองที่น่าอยู่โดยที่ไม่ได้อยู่ กลายเป็นประเด็นที่กรุงเทพมหานครในฐานะผู้จัดทำผังเมืองต้องนำกลับไปพิจารณาอย่างถ้วนถี่ เพราะแม้ว่าการวางผังเมืองมีความจำเป็นที่จะทำให้การพัฒนาเมืองเป็นไปอย่างมีระบบ มีระเบียบ แต่ต้องไม่ลืมว่า ผังเมืองต้องตอบสนองได้กับคนทุกชนชั้นในสังคม อย่าให้ผังเมืองทำให้เมืองกลายเป็นของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ผังเมืองที่ดีต้องทำให้เมืองเป็นของคนทุกคน







