
ดัชนีเชื่อมั่นทรุดรอบ7ด.
ดัชนีเชื่อมั่น เม.ย. ลดลงเป็นครั้งแรกรอบ 7 เดือน เจอ 3 ปัจจัยลบ หวั่นบาทแข็งฉุดจีดีพี
ดัชนีเชื่อมั่น เม.ย. ลดลงเป็นครั้งแรกรอบ 7 เดือน เจอ 3 ปัจจัยลบ หวั่นบาทแข็งฉุดจีดีพี
ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยเดือน เม.ย. อยู่ที่ 83.7 ลดลงจากเดือน มี.ค. ที่ระดับ 84.8 ถือเป็นการลดลงครั้งแรกในรอบ 7 เดือน หลังจากดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคมีทิศทางปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ปัจจัยลบที่ทำให้ผู้บริโภคไม่มีความเชื่อมั่นมาจาก 3 เรื่องหลัก คือ 1.เงินบาทที่แข็งค่าขึ้นจนส่งผลกระทบต่อการขยายตัวของการส่งออก 2.ความกังวลเกี่ยวกับราคาพืชผลทางการเกษตรที่อยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเฉพาะยางพารา ปาล์มน้ำมัน และ 3.ความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองในอนาคต ตลอดจนความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนใต้
สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวมก็ปรับลดลงเช่นกัน จากระดับ 75.0 มาอยู่ที่ 73.9 สะท้อนว่าผู้บริโภคยังขาดความเชื่อมั่นต่อภาวะเศรษฐกิจของไทย นอกจากนี้ ผู้บริโภคยังมีความกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนของการฟื้นตัวเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะปัญหาหนี้สาธารณะยุโรป ขณะเดียวกันผู้บริโภคยังมีความวิตกกังวลกับปัญหาค่าครองชีพและราคาสินค้าที่ยังทรงตัวอยู่ในระดับสูง เพราะรายได้ในปัจจุบันไม่สอดคล้องกับค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดัชนีความเชื่อมั่นเดือน เม.ย. ปรับลดลงทุกรายการ ทั้งภาวะเศรษฐกิจโดยรวม โอกาสในการหางานทำ และรายได้ สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคเริ่มกังวลมากขึ้น โดยเฉพาะปัญหาค่าเงินบาท จากเดิมที่ผลกระทบส่วนใหญ่จะอยู่ในกลุ่มภาคธุรกิจ แต่สุดท้ายคาดว่าจะมีผลกระทบต่อภาคประชาชนในเรื่องค่าครองชีพในอนาคต ประกอบกับเงินเฟ้อเดือนเม.ย. อยู่ที่ 2.42% ต่ำสุดในรอบ 41 เดือน แสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจเริ่มมีสัญญาณชะลอตัว และหากรัฐบาลไม่มีมาตรการเข้ามาแก้ไขดูแลค่าเงินบาท เชื่อว่าจีดีพีปีนี้จะไม่ถึง 5% อย่างที่คาดการณ์ไว้







