posttoday
รัฐบาลเสี่ยงจมน้ำ

รัฐบาลเสี่ยงจมน้ำ

03 พฤษภาคม 2556

สถานการณ์ของรัฐบาลขณะนี้ ต้องยอมรับว่าผูกโยงไว้กับกระบวนการทางศาลในหลายประเด็น อย่างที่เห็นอยู่ในเวลานี้ก็คงจะเป็น “การแก้ไขรัฐธรรมนูญ”

โดย...ไพบูลย์ กระจ่างวุฒิชัย

สถานการณ์ของรัฐบาลขณะนี้ ต้องยอมรับว่าผูกโยงไว้กับกระบวนการทางศาลในหลายประเด็น อย่างที่เห็นอยู่ในเวลานี้ก็คงจะเป็น “การแก้ไขรัฐธรรมนูญ”

ปัจจุบันมีคำร้องที่ขอให้ศาลวินิจฉัยล้มการแก้ไขรายมาตราและศาลรับไว้พิจารณาแล้ว 3 คำร้อง และล่าสุดมีอีกคำร้องจาก “ไพบูลย์ นิติตะวัน” สว.สรรหา เสนอเข้าไปอีกฉบับ คาดว่าที่สุดแล้วศาลน่าจะรับไว้พิจารณาเช่นเดียวกับร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ วงเงิน 2 ล้านล้านบาท

แม้จะอยู่ในขั้นตอนของสภาผู้แทนราษฎร แต่เชื่อได้เลยล้านเปอร์เซ็นต์ว่า ทันทีที่กฎหมายฉบับนี้ผ่านทั้งสภาและวุฒิสภาจะมีการยื่นศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยก่อนที่เข้าสู่ขั้นตอนการประกาศบังคับใช้เป็นกฎหมาย หากกฎหมายทั้งสองฉบับผ่านสังเวียนศาลรัฐธรรมนูญจะช่วยติดปีกให้รัฐบาลสามารถทะยานเดินหน้าได้ต่อไป แต่ถ้าผลออกมาเป็นตรงข้ามเมื่อไหร่ คงหนีไม่พ้นการตัดสินใจยุบสภาเลือกตั้งใหม่เพื่อกลบทุกปัญหา และไปสร้างความชอบธรรมใหม่ด้วยผลการเลือกตั้ง

อีกเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจและผูกอนาคตไว้ที่ศาลเหมือนกัน คือ “โครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท” เดิมทีโครงนี้ผ่านด่านศาลรัฐธรรมนูญเมื่อปี 2555 มาเปลาะหนึ่งแล้ว เมื่อครั้งพิจารณาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของ “พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการวางระบบบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ พ.ศ. 2555 วงเงิน 3.5 แสนล้านบาท’

แต่ถึงแม้ พ.ร.ก.น้ำ 3.5 แสนล้านบาท จะผ่านศาลรัฐธรรมนูญมาแล้ว 1 ปี ต้องยอมรับว่ารัฐบาลเองก็ยังไม่สามารถสร้างความมั่นใจให้ประเทศไทยและสังคมโลกให้เห็นว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ซ้ำรอยปี 2554 ได้

คำชี้แจงถึงความชัดเจนของรัฐบาลไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าการตอบโต้ผู้คัดค้านโครงการรัฐบาลว่าเป็นพวกที่กำลังทำให้น้ำท่วมอีกครั้ง ตัวสะท้อนชัดเจนอยู่ที่ตัวเลขการเบิกจ่าย ซึ่งฝ่ายค้านนำมาเปิดเผยโดยอ้างการตรวจสอบผ่านคณะกรรมาธิการว่ามีเพียง 5-10% เท่านั้น

ขณะที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เพิ่งอนุมัติทีโออาร์โครงการก่อสร้างเพื่อออกแบบก่อสร้างระบบบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนและระบบแก้ไขปัญหาอุทกภัยของประเทศ จำนวน 9 แผนงานไปเมื่อวันที่ 19 มี.ค. กลายเป็นตัวชี้วัดให้เห็นถึงความล่าช้าในการทำงานเพื่อรับมือกับภัยพิบัติ ทั้งที่รัฐบาลได้ยืนยันต่อหน้ารัฐสภา ศาลรัฐธรรมนูญ และประชาชนผ่านสื่อมวลชนว่า พ.ร.ก.กู้เงินฉบับนี้มีความจำเป็นเร่งด่วน

แต่ทว่าการกระทำกลับสวนทางอย่างสิ้นเชิง ไม่เพียงเท่านี้ แผนการบริหารจัดการน้ำจะมีทั้งการสร้างเขื่อน ทางน้ำหลาก (ฟลัดเวย์) และแก้มลิง ยังได้รับความคลางแคลงใจด้วยว่ามีความโปร่งใสหรือไม่ นำมาสู่การยื่นเรื่องให้ศาลปกครองและสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบของภาคประชาชน โดยในส่วนของศาลปกครองภาคประชาชนตั้งความหวังเอาไว้ว่า ศาลจะมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวเพื่อระงับการยื่นซองประมูลโครงการในวันที่ 3 พ.ค.

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าศาลปกครองจะมีความเห็นออกมาอย่างไร เชื่อได้ว่าปัญหาจะไม่จบ กล่าวคือ ในกรณีถ้าศาลไม่มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว รัฐบาลก็สามารถเดินหน้าตามแผนได้ปกติ แต่ระหว่างการดำเนินโครงการจะต้องเจอกับกระบวนการฟ้องศาลปกครองจากประชาชนในรายโครงการตามแต่ละพื้นที่เพิ่มเติมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

อย่าลืมว่าเอ็นจีโอที่เคลื่อนไหวแสดงจุดยืนต่อต้านมาตลอด และแน่นอนว่าสิ่งปลูกสร้างที่เป็นหนึ่งในการบริหารจัดการน้ำย่อมจะมีส่วนไม่น้อยที่จะไปกระทบต่อระบบนิเวศในพื้นที่และวิถีชีวิตของประชาชน

ตรงนี้จะเป็นประเด็นให้ภาคประชาชนฟ้องศาลปกครองได้ เหมือนกับเมื่อปี 2552 ที่สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนเคยฟ้องศาลปกครองจนศาลคำสั่งมีชะลอ 76 โครงการ ในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดมาแล้วผ่านช่องทางมาตรา 67 ของรัฐธรรมนูญ เป็นบทบัญญัติกำหนดให้ก่อนการดำเนินโครงการที่อาจเกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง จะต้องผ่านการศึกษาผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน และจัดให้มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสียก่อน รวมทั้งได้ให้องค์กรอิสระให้ความเห็นประกอบ จนถึงขณะนี้แนวทางดังกล่าวของรัฐธรรมนูญปรากฏว่ารัฐบาลยังไม่ได้ทำให้เป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการตั้งองค์กรอิสระ

เนื่องจาก ครม.ยังไม่ได้เสนอร่าง พ.ร.บ.เพื่อจัดตั้งองค์กรขึ้นมาอย่างเป็นทางการ โดยปัจจุบันมีเพียงคณะกรรมการเฉพาะกาลที่ตั้งขึ้นตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการประสานงานการให้ความเห็นขององค์การอิสระในโครงการหรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง พ.ศ. 2553 เท่านั้น

ความไม่สมบูรณ์ของกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนดังกล่าว อาจเป็นผลให้ชุมชนในพื้นที่ที่เห็นว่าตัวเองได้รับผลกระทบจากอภิมหาโครงการน้ำของรัฐบาลสามารถฟ้องศาลปกครองได้

ดังนั้น ในอนาคตหากโครงการ 3.5 แสนล้านบาท ไปไม่รอด รัฐบาลคงจะโทษใครไม่ได้นอกจากตัวเอง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท