posttoday
ปูสปีชมองโกเลีย"ลดเครดิตประเทศ"

ปูสปีชมองโกเลีย"ลดเครดิตประเทศ"

02 พฤษภาคม 2556

การกระทำดังกล่าวถือว่าไม่ได้ประโยชน์อะไรขึ้นมาและก็ไม่มีใครทำกัน แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลแก้ไขปัญหาภายในประเทศไม่ได้

โดย...ทีมข่าวการเมือง

กลายเป็นประเด็นให้ทุกฝ่ายต้องจับตาต่อท่าที ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ซึ่งได้เดินทางไปเข้าร่วมการประชุมประชาคมประชาธิปไตย ณ เมืองอูลานบาตอร์ มองโกเลีย ระหว่างวันที่ 27-29 เม.ย. ที่ผ่านมา พร้อมกล่าวปาฐกถาและหยิบยกตัวอย่างปัญหาจากในประเทศไทย ที่มีจุดเริ่มต้นจากการรัฐประหาร เมื่อปี 2549

โดย ปณิธาน วัฒนายากร อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ ภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อธิบายว่า ไม่ค่อยมีผู้นำประเทศไหนทำกันเรื่องการนำปัญหาหรือความขัดแย้งภายในประเทศมาพูดให้ประเทศอื่นรับทราบ ซึ่งถือเป็นหลักปฏิบัติ เห็นได้จากผู้นำหลายๆ ประเทศไม่เคยมีการหยิบปัญหาภายในมาพูดบนเวทีนานาชาติ

เนื่องจากเป็นการลดความเชื่อถือของประเทศ โดยเฉพาะตัวผู้นำเพราะอาจถูกมองได้ว่าไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้จึงนำเรื่องดังกล่าวมาฟ้องเวทีนานาชาติ ทั้งนี้ แม้เวทีดังกล่าวจะเป็นการพูดถึงเรื่องประชาธิปไตย แต่ไม่จำเป็นต้องยกตัวอย่างที่เกี่ยวข้องกับประเทศขึ้นมา

ทั้งนี้เพราะอาจถูกมองว่ามีส่วนได้เสียกับเรื่องดังกล่าว รวมถึงประเทศต่างๆ อาจคิดว่าเราเข้าข้างตัวเอง ทำให้จุดยืนของประเทศด้อยลงในสายตานานาชาติ เนื่องด้วยไม่สามารถจัดการปัญหาภายในได้ และไม่แน่ใจว่ากระทรวงการต่างประเทศ มีบทบาทกับเรื่องดังกล่าวมากน้อยขนาดไหน

ปณิธาน ยังฉายภาพให้เห็นผลกระทบที่ตามมา คือ แม้อาจจะได้รับความเห็นใจในช่วงแรก แต่เมื่อนานาประเทศได้ค้นพบข้อมูลความจริงอาจทำให้ประเทศไม่ได้รับความน่าเชื่อถือและมองในตัวผู้นำอ่อนด้อย ดังนั้น ประการสำคัญ กระทรวงการต่างประเทศจำเป็นต้องออกมาชี้แจงเรื่องดังกล่าวให้หลายฝ่ายเข้าใจ โดยเฉพาะเรื่องรัฐประหารและการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้ต่างประเทศได้รับทราบเข้าใจตรงกัน

ด้าน สุรชัย ศิริไกร อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ สาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แสดงความเห็นว่า การกระทำดังกล่าวถือว่าไม่เหมาะสมอย่างยิ่งในการเอาปัญหาภายในประเทศไปบอกให้ต่างประเทศได้รับทราบ อีกทั้ง ถือเป็นการผิดทำเนียมปฏิบัติที่ได้ทำกันมา

“ไม่มีผู้นำประเทศไหนเอาเรื่องภายในไปบอกให้คนอื่นรับรู้โดยที่เขาไม่ได้ถาม ยกตัวอย่าง เช่น บารัก โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ครั้งเดินทางมาเยือนประเทศไทย ก็ไม่เคยนำปัญหาภายในสหรัฐมาบอกให้ประเทศไทยรับทราบ”

อย่างไรก็ตาม หากเป็นนัยทางการเมือง ก็มองได้ว่าเป็นการส่งสัญญาณอย่างหนึ่งอย่างใด

ทั้งนี้ อาจมีความหมายใน 2 ลักษณะ คือ 1.หากรัฐบาลดำเนินการอะไรผิดพลาด ก็ใช้เวทีดังกล่าวบอกให้นานาชาติรับรู้ว่าเกิดจากฝ่ายค้านขัดขวางการทำงาน และ 2.ทำให้นานาประเทศจับตามองประเทศไทยมากขึ้นเพื่อป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นกับรัฐบาล โดยใช้เวทีดังกล่าวเป็นสปอตไลต์ แต่ทั้งหมดอาจเป็นอย่างหนึ่งอย่างใดหรือมากกว่านั้นก็ได้

ขณะที่ อัษฎา ชัยนาม อดีตอธิบดีกรมองค์การระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ มองในฐานะอดีตนักการทูต ว่า การกระทำดังกล่าวถือว่าไม่ได้ประโยชน์อะไรขึ้นมา และก็ไม่มีใครทำกัน อีกทั้ง เป็นการแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไม่สามารถแก้ไขปัญหาภายในประเทศได้

ทั้งนี้ วิเคราะห์ว่าการที่รัฐบาลไปบอกให้ต่างประเทศรับรู้เพื่อต้องการตีกัน เตือนภัย ป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาอะไรขึ้น โดยเฉพาะที่รัฐบาลอ้างมาตลอดเรื่องการปฏิวัติจากกลุ่มบุคคลเพียงไม่กี่คน และพยายามบอกให้โลกรู้ว่ารัฐบาลนี้ไม่มีอำนาจหรือควบคุมอะไรได้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท