
บาทกดเงินเฟ้อ
เม.ย.เพิ่ม2.42%ต่ำสุดในรอบ41เดือนราคาพลังงาน-สินค้านำเข้าถูกลงคาดอาหารสดลดลงหลังเข้าหน้าฝน
เม.ย.เพิ่ม2.42%ต่ำสุดในรอบ41เดือนราคาพลังงาน-สินค้านำเข้าถูกลงคาดอาหารสดลดลงหลังเข้าหน้าฝน
เงินเฟ้อ เม.ย. โต 2.42% ต่ำสุด 41 เดือน หลังบาทแข็งกดราคาน้ำมันสินค้าลดลง
นางวัชรี วิมุกตายน ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของประเทศ (เงินเฟ้อ) เดือน เม.ย. 2556 เท่ากับ 104.90 เพิ่มขึ้น 2.42% เทียบกับเม.ย. 2555 ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นในอัตราต่ำสุดรอบ 41 เดือน นับตั้งแต่ พ.ย. 2552 ที่เงินเฟ้อเพิ่มขึ้น 1.9% และเมื่อเทียบกับ มี.ค. 2556 เงินเฟ้อสูงขึ้น 0.16% ส่งผลให้ยอดเงินเฟ้อเฉลี่ย 4 เดือนนี้ (ม.ค.-เม.ย.) สูงขึ้น 2.92% เทียบกับช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมา
สาเหตุที่เงินเฟ้อเดือนนี้ชะลอตัวมาจากราคาน้ำมันในตลาดโลกลดลง ประกอบกับเงินบาทแข็งค่าขึ้น ทำให้ราคานำเข้าพลังงานลดลง และวัตถุดิบผลิตสินค้าลดต่ำลง ส่งผลให้ราคาสินค้าในประเทศไม่ขยับตัวสูงขึ้น รวมทั้งภาครัฐยังคงมาตรการดูแลราคาสินค้าและพลังงานด้วย
ทั้งนี้ หมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์เพิ่มขึ้น 4.15% สินค้าที่ราคาแพงขึ้น เช่น ผักและผลไม้เพิ่ม 13.14% เนื่องจากหลายพื้นที่ประสบปัญหาสภาพอากาศร้อนจัดและภัยแล้งขยายวงกว้าง ทำให้ปริมาณผลผลิตลดลง
นางวัชรี กล่าวว่า การชะลอตัวของอัตราเงินเฟ้อในเดือนนี้ถือว่าเป็นสถานการณ์ปกติ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับภาวะเศรษฐกิจซึมตัวลง และคาดว่าแนวโน้มเงินเฟ้อไตรมาส 2 น่าจะเติบโตใกล้เคียงกับไตรมาสแรกที่ 3.1% และเฉลี่ยทั้งปี 2556 จะอยู่ในกรอบที่กระทรวงพาณิชย์ คาดการณ์ไว้ที่ 2.83.4% แต่มีโอกาสใกล้เคียงกับระดับ 3.1-3.2% มากสุด ส่วนราคาอาหารสดในช่วงต่อจากนี้น่าจะปรับลดลงได้ เพราะเข้าสู่ฤดูฝนทำให้ผลผลิตผักสด เนื้อสัตว์ เช่น หมู ไก่ ปลา ออกมาสู่ตลาดเพิ่มขึ้น
สำหรับกรณีรัฐบาลจะปรับขึ้นราคาก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ภาคครัวเรือน รวมทั้งมีการปรับขึ้นค่าโดยสารรถไฟฟ้าบีทีเอสและค่าทางด่วน คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อเงินเฟ้อทั้งปีเล็กน้อย ค่าโดยสารบีทีเอสมีน้ำหนักเพียง 0.05% และค่าทางด่วนมีน้ำหนักเพียง 0.07% ทำให้เงินเฟ้อทั้งปีเพิ่มขึ้นน้อยมาก
ส่วนแอลพีจีภาคครัวเรือน หากทยอยปรับขึ้นเดือนละ 50 สตางค์ก็จะทำให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้นเพียง 0.0088% และส่งผลกระทบทั้งปีแค่ 0.06%







