
ญี่ปุ่นฟื้น
ญี่ปุ่นกลายเป็นข่าวใหญ่มาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว จากการกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งทางตรงและทางอ้อม ผ่านมาตรการกระตุ้นของรัฐบาลและทั้งธนาคารกลางที่ใช้นโยบายการเงิน เพื่อแก้ปัญหาเงินฝืดที่เรื้อรังมานานหลายปี
ญี่ปุ่นกลายเป็นข่าวใหญ่มาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว จากการกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งทางตรงและทางอ้อม ผ่านมาตรการกระตุ้นของรัฐบาลและทั้งธนาคารกลางที่ใช้นโยบายการเงิน เพื่อแก้ปัญหาเงินฝืดที่เรื้อรังมานานหลายปี
ปัญหาของญี่ปุ่นมีความต่างจากประเทศอื่นๆ คือระดับเงินเฟ้อต่ำเกินไป ประเทศเผชิญปัญหากับภาวะเงินฝืด ทำให้รัฐบาลสามารถใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยไม่ต้องหวาดกลัวกับภาวะเงินเฟ้อ
แต่ถ้าเงินเฟ้อปรับขึ้นเมื่อไหร่ ก็ยิ่งส่งผลดีต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่น ดังนั้นนับตั้งแต่นายกรัฐมนตรี ชินโสะ อาเบะ ขึ้นมาดำรงตำแหน่งผู้นำประเทศเมื่อปลายปีที่แล้ว อาเบะ ก็ประกาศตั้งเป้าหมายเงินเฟ้อทันทีอยู่ที่ 2%
ทว่านโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของญี่ปุ่น ถูกวิพากษ์วิจารณ์รุนแรงว่ามีนัยแอบแฝงเป็นการแทรกแซงค่าเงินให้อ่อนค่าลงไปด้วย และก็ได้ผลครับ ค่าเงินเยนญี่ปุ่นอ่อนค่าลงเรื่อยๆ จนถึงทุกวันนี้เกือบจะกลับไปแตะระดับที่ 100 เยนต่อเหรียญสหรัฐอีกครั้งหนึ่ง
แม้ว่าการอ่อนค่าของเงินเยนจะทำให้ญี่ปุ่นต้องพบกับการขาดดุลการค้ามากขึ้น และคนญี่ปุ่นต้องซื้อสินค้าต่างประเทศในราคาที่แพงขึ้น แต่ทว่าจากตัวเลขเศรษฐกิจล่าสุดนั้นกลับแสดงให้เห็นว่าการใช้จ่ายครัวเรือนของญี่ปุ่นนั้นเพิ่มสูงขึ้นเพราะอะไร
ประการแรก ชาวญี่ปุ่นมีความเชื่อมั่นต่อนโยบายทางเศรษฐกิจมากขึ้น ค่าเงินอ่อนลง หรือแข็งขึ้นไม่มีผลมากกว่าความมั่นใจในกลุ่มผู้บริโภคที่ฟื้นตัวขึ้นเรื่อยๆ คนญี่ปุ่นมีเงินออมมากอยู่แล้ว เพียงแต่ที่ผ่านมา ภาวะเงินฝืดทำให้ความเชื่อมั่นตกต่ำ
ประการที่สอง การที่เงินเยนอ่อนตัวลง ทำให้ภาคธุรกิจของญี่ปุ่นมีรายได้เพิ่มขึ้นกว่าเดิม เนื่องจากรายได้จากการขายสินค้าในต่างประเทศที่เป็นเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐนั้น เมื่อแลกกลับมาเป็นเงินเยนที่อ่อนตัวมากกว่าเดิม ทำให้มีกำไรมากขึ้น อีกทั้งศักยภาพการแข่งขันของสินค้าญี่ปุ่นในประเทศก็เพิ่มสูงมากขึ้น
เมื่อเอกชนญี่ปุ่นมีรายได้มากขึ้น ก็ทำให้ภาครัฐเก็บภาษีเอกชนได้มากขึ้น เอกชนสามารถขยายธุรกิจและเพิ่มการจ้างงานได้มากขึ้นไปในตัว
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ความมั่นใจในนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลนั้น มีอิทธิพลมากที่สุดต่อการฟื้นตัวของญี่ปุ่นในครั้งนี้ ซึ่งเห็นได้ชัดจากคะแนนความนิยมของอาเบะ ที่พุ่งไปเกินกว่า 70% แล้ว
เมื่อพิจารณาเทียบกับไทย เรากำลังวิตกกับทั้งปัญหาเงินเฟ้อที่เกิดขึ้นจากนโยบายประชานิยมขึ้นค่าแรงของรัฐบาล ที่ทำให้เอกชนพากันเพิ่มราคาสินค้าไปล่วงหน้า
ญี่ปุ่นกำลังมั่นใจในรัฐบาลของเขาอย่างเต็มที่ สวนทางกับบ้านเราที่มีเรื่องให้วิตกรายวันครับ







