
คิดไม่รอบด้าน
วันแรงงานแห่งชาติในปีนี้มีความแตกต่างจากทุกปีที่ผ่านมา คือ ไม่ปรากฏข้อเรียกร้องจากฝ่ายแรงงานเหมือนเช่นทุกปีที่ผ่านมา ซึ่งกลุ่มผู้ใช้แรงงานมักจะใช้โอกาสนี้ในการเรียกร้องขอปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำกันทุกปี แต่ปีนี้เป็นปีแรกที่รัฐบาลประกาศใช้อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาททั่วประเทศ ซึ่งในเบื้องต้นได้สร้างความพอใจให้กับกลุ่มผู้ใช้แรงงานเป็นอย่างมาก ขณะที่ฝ่ายนายจ้างโดยเฉพาะผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในหลายพื้นที่ ถึงกับต้องทยอยปิดกิจการไปหลายรายจากปัญหาต้นทุนค่าแรงงานที่พุ่งสูงขึ้นเกือบเท่าตัว
วันแรงงานแห่งชาติในปีนี้มีความแตกต่างจากทุกปีที่ผ่านมา คือ ไม่ปรากฏข้อเรียกร้องจากฝ่ายแรงงานเหมือนเช่นทุกปีที่ผ่านมา ซึ่งกลุ่มผู้ใช้แรงงานมักจะใช้โอกาสนี้ในการเรียกร้องขอปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำกันทุกปี แต่ปีนี้เป็นปีแรกที่รัฐบาลประกาศใช้อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาททั่วประเทศ ซึ่งในเบื้องต้นได้สร้างความพอใจให้กับกลุ่มผู้ใช้แรงงานเป็นอย่างมาก ขณะที่ฝ่ายนายจ้างโดยเฉพาะผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในหลายพื้นที่ ถึงกับต้องทยอยปิดกิจการไปหลายรายจากปัญหาต้นทุนค่าแรงงานที่พุ่งสูงขึ้นเกือบเท่าตัว
สิ่งที่ทุกฝ่ายต้องตระหนักก็คือ การปรับขึ้นค่าแรงงาน 300 บาททั่วประเทศในครั้งนี้ได้ก่อให้เกิดผลดีต่อประเทศ โดยส่วนรวมหรือไม่ หรือเป็นเพียงแค่นโยบายประชานิยมของรัฐบาลที่ได้ก่อให้เกิดปัญหาตามมามากมาย ซึ่งหากมองในแง่ของการปรับขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำนั้น น่าจะเป็นทิศทางที่สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจตามครรลองของระบบการค้าเสรี แต่เมื่อพิจารณาการปรับขึ้นพร้อมกันทั่วประเทศจนส่งผลให้ในหลายพื้นที่มีอัตราค่าจ้างขั้นต่ำพุ่งขึ้นทันทีเกือบเท่าตัวจาก 180 บาท เป็น 300 บาทต่อวัน ก็ได้ก่อให้เกิดปัญหามากมาย
ที่สำคัญไปกว่านั้นก็คือ ในปัจจุบันนี้ถึงแม้กลุ่มผู้ใช้แรงงานจะไม่ได้เรียกร้องขอขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเพิ่มอีก แต่ก็ได้ออกมาสะท้อนให้เห็นว่าปัญหาใหญ่ในขณะนี้ของกลุ่มผู้ใช้แรงงานก็คือเรื่องของสวัสดิการและคุณภาพชีวิตที่แทบจะไม่ได้ดีขึ้นเลยจากการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ เพราะถึงแม้ลูกจ้างจะมีรายได้เพิ่มขึ้น แต่เมื่อเทียบกับอัตราการปรับขึ้นของราคาสินค้าและบริการแล้ว ผู้ใช้แรงงานแทบจะไม่ได้อะไรเพิ่มขึ้นมาในชีวิตเลย ที่สำคัญ สวัสดิการหลายรายการก็ถูกนายจ้างปรับลดลง เพื่อแลกกับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่เพิ่มขึ้น
ปัญหาของผู้ใช้แรงงานที่ดำรงอยู่ในขณะนี้ จึงดูเหมือนว่าจะส่งผลกระทบในด้านลบมากกว่าด้านบวก ซึ่งยังเป็นประเด็นที่จะต้องค้นหาความจริงว่า สุดท้ายแล้วปัญหานี้จะได้ข้อยุติอย่างไร สุดท้ายแล้วกลุ่มผู้ใช้แรงงานไม่ได้รับประโยชน์จากการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำจริงหรือไม่ นายจ้างโดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ต้องปิดกิจการไปเป็นเพราะต้นทุนค่าแรงจริงหรือไม่ รวมทั้งราคาสินค้าที่ปรับขึ้นราคาหลายรายการ เกี่ยวข้องกับค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาทจริงหรือ
แต่อย่างไรก็ตาม ปัญหาทั้งหมดนี้จะไม่เกิดขึ้นเลยหากรัฐบาลใช้ความระมัดระวังในการดำเนินนโยบาย โดยลงไปเก็บข้อมูลอย่างละเอียด ก็เชื่อว่า นโยบายที่ดีจะเป็นแรงผลักดันสำคัญทำให้เศรษฐกิจของชาติเติบโตอย่างยั่งยืน แต่ถ้าคิดเพียงแค่หาเสียงโดยไม่คำนึงถึงผลกระทบที่จะตามมาหรือมีมาตรการทุเลาปัญหาที่มีประสิทธิภาพ สุดท้ายก็จะกลายเป็นนโยบายที่ส่งผลร้ายต่อคนไทยทั้งประเทศ







