posttoday
เริ่มแล้ว! กระบวนการสรรหา ปปจ.

เริ่มแล้ว! กระบวนการสรรหา ปปจ.

01 พฤษภาคม 2556

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ประกาศเดินหน้ากระบวนการสรรหากรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติประจำจังหวัด (ป.ป.จ.) ใน 32 จังหวัดแรกแล้ว โดยเริ่มต้นด้วยการจัดให้มีการขึ้นทะเบียนหน่วยงานและองค์กรที่ประสงค์จะส่งผู้แทนเพื่อคัดเลือกกันเองเป็นกรรมการสรรหา ระหว่างวันที่ 30 เม.ย.-8 พ.ค. โดยแบ่งเป็น 9 สายงาน จากนั้นจะมีการประชุมคัดเลือกกันเองในแต่ละสาย ช่วง 27-31 พ.ค. ให้ได้กรรมการสรรหาจำนวน 9 คน แล้วจึงเปิดรับสมัครผู้เข้ารับการสรรหาเป็นกรรมการ ป.ป.จ.ในช่วง 24 มิ.ย.-2 ก.ค.

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ประกาศเดินหน้ากระบวนการสรรหากรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติประจำจังหวัด (ป.ป.จ.) ใน 32 จังหวัดแรกแล้ว โดยเริ่มต้นด้วยการจัดให้มีการขึ้นทะเบียนหน่วยงานและองค์กรที่ประสงค์จะส่งผู้แทนเพื่อคัดเลือกกันเองเป็นกรรมการสรรหา ระหว่างวันที่ 30 เม.ย.-8 พ.ค. โดยแบ่งเป็น 9 สายงาน จากนั้นจะมีการประชุมคัดเลือกกันเองในแต่ละสาย ช่วง 27-31 พ.ค. ให้ได้กรรมการสรรหาจำนวน 9 คน แล้วจึงเปิดรับสมัครผู้เข้ารับการสรรหาเป็นกรรมการ ป.ป.จ.ในช่วง 24 มิ.ย.-2 ก.ค.

32 จังหวัดที่ว่านี้ ได้แก่ จ.เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง แพร่ สุโขทัย นครสวรรค์ พิษณุโลก นครราชสีมา ขอนแก่น ศรีสะเกษ สุรินทร์ หนองคาย ร้อยเอ็ด อุดรธานี อุบลราชธานี นครพนม ชัยนาท ลพบุรี พระนครศรีอยุธยา ชลบุรี นครปฐม จันทบุรี เพชรบุรี สุพรรณบุรี สระแก้ว ชุมพร สงขลา สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช กระบี่ ตรัง และยะลา

กรรมการ ป.ป.จ.ในแต่ละจังหวัดมีจำนวนไม่เท่ากัน ทั่วไปมี 3 คน ส่วนจังหวัดใหญ่จะมี 5 คน คณะกรรมการสรรหาจะทำหน้าที่ลงคะแนนเลือก “ว่าที่ ป.ป.จ.” มาจำนวน 2 เท่า เพื่อส่งให้ ป.ป.ช.ใหญ่ที่กรุงเทพฯ เป็นผู้ตัดสินสุดท้าย

ถ้าเป็นไปเช่นนี้โดยไม่มีอะไรสะดุด เราคงจะได้เห็นหน้าตาของกรรมการ ป.ป.จ.รุ่นแรกกันในราวเดือน ส.ค.ครับ

ดังที่เคยแสดงความเห็นในหลายครั้งแล้วว่า โดยส่วนตัวผมมองเห็นทั้งวิกฤตและโอกาสที่จะมาพร้อมกันในเรื่องนี้ ประสบการณ์และบทเรียนรู้จากการสรรหาในองค์กรอื่นๆ ที่ผ่านมา ล้วนชวนให้เกิดความวิตกมากเป็นพิเศษ จึงเป็นห่วงว่าจะทำกันโดยเร่งร้อนจนเกินไป

ที่ว่าวิกฤตคือ ถ้าได้คนที่ไม่เหมาะสมเข้ามาอาจกลายเป็นตรายางรับรองการทุจริตให้กับพวกพ้องได้ง่ายๆ แทนที่จะมาช่วยแก้ปัญหาก็จะกลายเป็นตัวภาระความยุ่งยากที่เพิ่มขึ้นอีก แต่ถ้ากระบวนการสรรหาช่วยให้ได้คนที่ “ถูกตัว” ก็จะเข้ามาช่วยการจัดการกับปัญหาเฉพาะหน้าของ ป.ป.ช. และร่วมเป็นกลไกขับเคลื่อนการปฏิรูประบบในระยะยาวได้เป็นอย่างดีเช่นกัน

ในความเป็นจริงแล้ว แม้ว่าจะเป็นที่รู้กันดีว่า ผู้สมัครคนใดเป็นหัวคะแนนหรือเป็นผู้ใต้อุปถัมภ์ของใคร หรือว่าจะเป็นนักค้ายาตัวยง แบบฟอร์มการรับสมัครถึงแม้จะออกแบบมาดีแค่ไหน ก็คงไม่สามารถเป็นเครื่องมือสกัดกั้นคนเหล่านี้ได้ ดังนั้นจึงต้องอาศัยกระบวนการกลั่นกรองที่ออกแบบไว้หลายขั้นตอน กับความเข้มข้นและทันเกมของเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ผู้รับผิดชอบดูแล

ในฐานะของคนที่เคยมีประสบการณ์ในการออกแบบกระบวนการสรรหาที่คล้ายๆ กันมาก่อนนั้น ย่อมอดเป็นห่วงไม่ได้ แต่เมื่อได้ฟังการชี้แจงรายละเอียดและตอบข้อซักถามของเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. พร้อมๆ กับกลุ่มแกนนำเครือข่ายภาคประชาสังคมจาก 26 จังหวัด เมื่อสัปดาห์ก่อน ผมยอมรับว่า ในคราวนี้ ป.ป.ช.เขาออกแบบขั้นตอน กระบวนการและวิธีปฏิบัติได้พิถีพิถันรอบคอบดีพอสมควรทีเดียว อย่างไรก็ตาม คงต้องดูอีกทีว่าเมื่อปฏิบัติจริงผลจะเป็นเช่นไร

สำหรับสื่อมวลชนท้องถิ่นและข่ายงานชุมชนเข้มแข็งและประชาสังคมในพื้นที่เป้าหมาย ไม่ว่าท่านจะเห็นด้วยหรือสนับสนุนการมี ป.ป.จ.หรือไม่ มันก็กำลังจะเกิดขึ้นแล้วในจังหวัดของท่าน ผมอยากเห็นการลุกขึ้นมามีส่วนร่วมในกระบวนการนี้อย่างแข็งขันและในลักษณะเชิงรุก ในรูปแบบที่หลากหลายไปตามความถนัดและความสมัครใจของแต่ละกลุ่มแต่ละบุคคล ต้องช่วยกันทำให้เรื่องการสรรหาเป็นเรื่องที่พูดคุยกันทั้งเมือง ทำให้สังคมตื่นตัวและรู้เท่าทัน ไม่ปล่อยให้ทำแบบมุบมิบ ใครมาสมัครกันบ้าง ต้องช่วยกันขยายความกันออกไปให้สาธารณชนในท้องถิ่นช่วยกันดู ช่วยกันตรวจสอบและวิพากษ์วิจารณ์ อย่าปล่อยให้พวกฉวยโอกาสลอยนวลเข้าไปทำงานสำคัญและใช้อำนาจรัฐในทางเสียหาย

โดยเฉพาะข่ายงานประชาสังคมในจังหวัด ควรต้องถือว่าเรื่องนี้เป็นโอกาสในการปฏิบัติการการเมืองภาคพลเมืองที่เป็นรูปธรรมในชีวิตจริง นี่ไม่ใช่การเมืองระบบตัวแทนในรัฐสภาที่น่าเหนื่อยหน่าย

เพื่อช่วยให้ภารกิจสำคัญในเชิงโครงสร้างของ ป.ป.ช.ในครั้งนี้ ส่วนหนึ่งคงต้องขันอาสาส่งตัวแทนองค์กรเข้าไปร่วมคัดเลือกกันเองเพื่อเป็นกรรมการสรรหา ใครที่ได้เข้าไปเป็นกรรมการก็ทำหน้าที่ไป ส่วนใครไม่ได้เป็นก็เกาะเกี่ยวรวมตัวกันไว้ หันมาทำหน้าที่ติดตามจับตาใกล้ชิด ทั้งในระหว่างและหลังกระบวนการสรรหากรรมการ ป.ป.จ. ทำให้ดีๆ ต่อไปอาจพัฒนาเติบโตไปเป็นเครือข่ายตรวจสอบคอร์รัปชั่นภาคประชาชนที่มีขนาดใหญ่โตในอนาคตก็ได้

ส่วนใครที่มีความสนใจเป็นพิเศษ ทั้งมีคุณสมบัติและมีความพร้อมที่จะสมัครเข้ารับการสรรหาเป็นกรรมการ ป.ป.จ.ในจังหวัดของตน ก็ไม่ควรลังเลใจ ปฏิบัติการทางการเมืองของภาคพลเมืองแบบนี้ไม่ใช่จะมีได้บ่อยๆ การเอาแต่วิพากษ์วิจารณ์และบ่นกันอยู่ข้างเวทีนั้นไม่พอแล้ว เมื่อมีโอกาสก็ควรแสดงฝีมือกันบ้างจะได้มีทักษะประสบการณ์

ผมอยากเห็นผู้ที่มีความตั้งใจอันบริสุทธิ์เสนอตัวเข้ามาเป็นกรรมการ ป.ป.จ.กันให้มากๆ เพื่อมีตัวเลือกให้กรรมการสรรหาพิจารณาและให้สังคมเห็นเปรียบเทียบกันชัดๆ หน่อย ใครได้ใครไม่ได้ สังคมจะได้ช่วยประเมิน อยากเห็นการประกาศตัวอย่างเปิดเผย การขันอาสาเข้าไปแก้วิกฤตคอร์รัปชั่นอย่างกล้าหาญ และที่สำคัญจะต้องเป็นแบบอย่างของสุภาพชนในการเคารพคู่แข่ง เคารพกติกา

ใครได้หรือไม่ ไม่สำคัญ เพราะเราจะรวมตัวกันถักทอเป็นเครือข่ายต้านคอร์รัปชั่นภาคพลเมือง เพื่อทำงานร่วมกันในแต่ละจังหวัดอย่างจริงจังต่อไป

ก่อนจากกันในวันนั้น กลุ่มแกนนำเครือข่ายภาคประชาสังคม 26 จังหวัด เขามีมติร่วมกันแล้วว่าจะเดินหน้าก่อตัวเครือข่าย ป.ป.จ. (เงา)เป็นที่แน่นอน

และนอกจากนั้น พวกเขายังจะร่วมมือกันรวบรวมรายชื่อพลเมืองเพื่อเสนอกฎหมาย ร่าง พ.ร.บ.จัดตั้งกองทุนต้านโกง ให้เข้าสู่กระบวนการนิติบัญญัติภายในสิ้นปีด้วย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท