
ปชป.ถล่มงบ2ล้านล้านส่อทุจริต
ปชป.ถล่มเงินกู้ 2 ล้านล้าน ส่อทุจริต ไร้รายละเอียดแผนงาน ชี้ราคาสูงกว่ายุครัฐบาลมาร์คกว่า70% จวกค่าที่ปรึกษารถไฟเร็ว 7 พันล้านสูงกว่างบกระทรวงวิทย์ฯ
ปชป.ถล่มเงินกู้ 2 ล้านล้าน ส่อทุจริต ไร้รายละเอียดแผนงาน ชี้ราคาสูงกว่ายุครัฐบาลมาร์คกว่า70% จวกค่าที่ปรึกษารถไฟเร็ว 7 พันล้านสูงกว่างบกระทรวงวิทย์ฯ
นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการพิจารณาร่างพ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้าน แถลงว่า พบความไม่ชอบมาพากลหลายอย่างในแผนกู้เงินของรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นความไม่พร้อมในส่วนของตัวโครงการ เช่น โครงการรถไฟความเร็วสูงยังไม่มีการศึกษาความคุ้มค่า ไม่มีความชัดเจนในเรื่องเส้นทาง รวาทั้งส่อเค้าว่าจะเกิดการทุจริตในหลายประเด็นทั้งงบการศึกษาและโครงการต่างๆ ที่มีจัดงบไว้หลายหมื่นล้านบาท
นอกจากนี้ อาจมีปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อนจากที่มีการบัญญัติไว้ในมาตรา 6 วรรค 2 ของกฎหมายกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ที่เปิดช่องให้กระทรวงการคลังปล่อยกู้ต่อให้หน่วยงานของรัฐได้ โดยมีการนิยามความหมายของหน่วยงานรัฐคือ บริษัทที่อาจจัดตั้งขึ้นใหม่ซึ่งจะมีเอกชนร่วมทุน 49 % โดยบริษัทเอกชนเหล่านี้เข้าข่ายได้รับเงินกู้ต่อจากรัฐบาลในอัตราดอกเบี้ยเดียวกับที่รัฐบาลกู้ยืมมา และอาจไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมด้วย
ดังนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นคือแทนที่เงินกู้นี้จะใช้โดยรัฐบาลแต่เอกชนจะได้ประโยชน์จากอัตราดอกเบี้ยต่ำ แต่คนเป็นหนี้คือประชาชนคนไทยทุกคน ซึ่งถือว่าไม่เป็นธรรมกับคนไทย ตรงนี้ต้องระมัดระวัง เพราะสุดท้ายผู้ร่างกฎหมายต้องปิดช่องโหว่ไม่ให้มีความเป็นไปได้ในอนาคตที่จะทำให้ประชาชนเสียประโยชน์ในรูปผลประโยชน์ทับซ้อนที่เกิดขึ้น
นายกรณ์ กล่าวว่า น่าเป็นห่วงที่ รัฐบาลเริ่มตีความว่ากฎหมายกู้เงินนี้ ที่เดิมบอกเป็นโครงการที่มีระยะเวลา 7 ปี ไม่ได้หมายถึงการสร้างโครงการให้แล้วเสร็จภายใน 7 ปี แต่อาจเป็นเพียงแค่่การทำสัญญาลงนามกู้เงินเท่านั้้น และไม่มีความชัดเจนเลยว่าโครงการที่วางไว้จะดำเนินการให้แล้วเสร็จได้ภายใน 7 ปี สิ่งเหล่านี้เป็นพฤติกรรมที่ผิดวินัยการคลัง อีกทั้งการระบุว่าจะใช้หนี้ได้ภายใน 50 ปีก็จะเป็นไปไม่ได้
นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พบการบิดเบือนข้อมูลโดยผลการศึกษารถไฟความเร็วสูงรัฐบาลอภิสิทธิ์ ผลตอบแทนด้านเศรษฐกิจเส้นทาง กรุงเทพ หนองคาย ให้ผลตอบแทนสูงสุดส่วน กทม.เชียงใหม่อยู่อันดับที่ 4 ต่างกันถึง 4.18% แต่รัฐบาลเลือกสร้าง กทม.เชียงใหม่ก่อนเป็นอันดับแรก ทั้งที่ต้องเลือกกรุงเทพ - หนองคายก่อน
นอกจากนี้ และเมื่อเปรียบเทียบมูลค่าโครงการก็แพงกว่ารัฐบาลอภิสิทธิื์ทุกรายการ โดยสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ ราคาเฉลี่ยกิโลเมตรละประมาณ 300 ล้านบาท รวมทุกอย่างแล้ว ทั้งค่าเวนคืน ค่าขบวนรถ ค่าอาณัติสัญญาณ และค่าที่ปรึกษา แต่เวลาผ่านไปไม่ถึง 3 ปี ราคานี้กลับกระโดดสูงขึ้นในทุกเส้นทาง คือ ค่าก่อสร้างเส้นทางกรุงเทพฯ – เชียงใหม่ เพิ่มจาก 308 ล้านบาท/กม. เป็น 521 ล้านบาท/กม. หรือเพิ่มขึ้นถึง 69% เส้นทางกรุงเทพฯ – นครราชสีมา เพิ่มจาก 378 ล้านบาท/กม. เป็น 666 ล้านบาท/กม. หรือเพิ่มขึ้นถึง 76% ทั้งที่เวลาผ่านไปไม่ถึง 3 ปีเท่านั้น
นายวิทูรย์ นามบุตร สส.ระบบบัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท โครงการส่วนใหญ่ไม่มีความพร้อม ไม่มีการออกแบบ สำรวจสิ่งแวดล้อม ความเหมาะสมแต่อย่างใด ควรชะลอเงินกู้ในครั้งนี้ เพราะส่อไปในทางทุจริตด้วย โดยเฉพาะเรื่องค่าที่ปรึกษาที่สูงมาก รวมประมาณ 6 หมื่นล้านบาท มากกว่างบของหลายกระทรวง บางโครงการเฉพาะค่าปรึกษาโครงการเดียวสูงถึง 7,000 ล้านบาทคือ รถไฟความเร็วสูงกทม.เชียงใหม่ มากกว่างบกระทรวงวิทย์และพาณิชย์ทั้งกระทรวง และในวงการมีข่าวการวิ่งเต้นว่าบริษัทไหนจะได้เป็นที่ปรึกษาต้องจ่ายค่าต๋ง 50 % จึงทำให้ค่าจ้างที่ปรึกษาสูงกว่าที่ควรจะเป็น ถ้าระงับได้จะเป็นประโยชน์สำหรับประชาชนมากที่สุด







