
นายกฯปัดปาฐกถาฟอกทักษิณพ้นผิด
นายกฯแจงปาฐกถาที่มองโกเลียเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ปัดฟอกทักษิณเพื่อช่วยเหลือในฐานะพี่ชาย
นายกฯแจงปาฐกถาที่มองโกเลียเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ปัดฟอกทักษิณเพื่อช่วยเหลือในฐานะพี่ชาย
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์หลังประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ว่า การกล่าวปาฐกถาที่ประเทศมองโกเลียไม่ได้เป็นการนำส่วนไม่ดีของประเทศไปพูดต่อเวทีสากล และไม่ได้เป็นการฟอกความผิดให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีในฐานะที่เป็นพี่ชายแต่อย่างใด แต่เป็นการพูดบนเวทีประชาคมประชาธิปไตยโดยตรง ที่ต้องสื่อสารให้กับนานาชาติ เกิดความร่วมมือ และถือเป็นอุทาหรณ์ เพราะไม่อยากเห็นเหตุการณ์รัฐประหารเกิดขึ้นอีก เพื่อให้ประเทศและประชาธิปไตยเดินหน้าต่อ พร้อมทั้งเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนมากกว่า และไม่ได้เปิดบาดแผลความขัดแย้งในประเทศขึ้นด้วยตัวเอง และไม่ได้ต้องการให้เกิดการทะเลาะกันแต่อย่างใด โดยขอให้ไปดูรายละเอียดของเนื้อหาว่า เป็นเพียงการแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันเท่านั้น
ด้าน นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ กล่าวว่า ปาถกฐาของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ถือเป็นการสรุปเอาข้อเท็จจริงการเมืองของไทยในรอบหลายปีที่ผ่านมาได้อย่างชัดเจน แหลมคม และทรงพลัง อย่างยิ่ง นอกจากจะอธิบายความจริงบนเวทีโลกแล้ว ยังถือเป็นการส่งสัญญาณบอกทุกฝ่ายให้หันมาเห็นว่า สาเหตุของความขัดแย้งเกิดจากอะไร
"อยากจะบอกไปยังผู้มีอำนาจมีบารมีหรือองค์กรอิสระทั้งหลายว่าไทยไม่ได้อยู่เพียงลำพังในเวทีโลก แต่เราอยู่ในระบบสังคม ที่มีการปกครองเป็นระบอบประชาธิปไตย ซึ่งได้รับการยอมรับสูงสุด และเวลานี้ เมื่อเรามีปัญหาประชาธิปไตยก็เท่ากับความน่าเชื่อถือ และความเชื่อมั่นของประเทศไทยได้รับผลกระทบตามไปด้วย" นายรัฐวุฒิ กล่าว
ดังนั้นสิ่งที่นายกรัฐมนตรีได้พยายามทำมาตลอด 2 ปีที่ผ่านมาคือการพาประเทศออกจากวิกฤตของความขัดแย้ง สร้างประชาธิปไตยที่แท้จริง เพื่อยกระดับความน่าเชื่อถือและความเชื่อมั่นในสายตาของนานาชาติ จึงอยากขอให้ทุกฝ่ายให้ความร่วมมือกัน
อย่างไรก็ตาม คำปาฐกถาของนายกฯ ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับการชุมนุมของพี่น้องคนเสื้อแดงหน้าศาลเลย แต่เป็นคำพูดที่สอดรับกับข้อเท็จจริงทางการเมืองของประเทศไทย และเหมาะสมกับสถานการณ์ที่สุด เพราะเวทีนั้น ได้ประชุมเรื่องประชาธิปไตย แต่ถ้าเวทีนี้ผู้นำที่ไปจากประเทศไทยไปพูดถึงการตามจับตามล่า พ.ต.ท.ทักษิณอย่างที่นายอภิสิทธิ์ทำจึงจะถือได้ว่าผิดกาลเทศะ เมื่อเป็นเวทีคุยเรื่องประชาธิปไตยเราต้องสะท้อนความจริงและแสดงความมุ่งมั่นที่จะทำให้บ้านเมืองเราเกิดประชาธิปไตยที่แท้จริงให้ได้ อย่างนี้จึงน่าจะถูกต้อง







