posttoday
วิธีเอาตัวรอดจาก...แก๊สน้ำตา

วิธีเอาตัวรอดจาก...แก๊สน้ำตา

10 เมษายน 2553

ในประเทศไทยและต่างประเทศมักใช้การยิงแก๊สน้ำตาเข้าใส่ฝูงชนเพื่อสลายการชุมนุมให้ฝูงชนแตกกระเจิงไปคนละทิศคนละทาง แก๊สน้ำตา (Lachrymatory Agent หรือ Tear Gas) เป็นอาวุธประเภทก่อกวน เหมือนกับสเปรย์พริกไทยที่มีส่วนผสมสารเคมี โดยทำให้มีการระคายเคืองต่อเยื่อบุตา และแก้วตาดำ ทำให้มีน้ำตาไหลออกมาก เยื่อบุตาจะแดงและแก้วตาดำจะบวม

ถ้ามีการสูดหายใจแก๊สน้ำตาเข้าไปจะทำให้มีการระคายเคืองต่อเยื่อบุจมูก หลอดลม และปอด ทำให้มีอาการไอและจาม ถ้าเป็นมากอาจถึงหลอดลมอักเสบและปอดอักเสบได้

ทั้งแก๊สน้ำตา และสเปรย์พริกไทย มีคุณสมบัติทำให้เยื่อบุภายในช่องปากและโพรงจมูกเกิดอาการระคายเคือง

หน่วยงานป้องกันด้านสิ่งแวดล้อมของสหรัฐอเมริกา เปิดเผยว่า แก๊สน้ำตาและสเปรย์พริกไทยมีส่วนผสมของตัวทำละลายที่อาจก่อให้เกิดมะเร็ง หรือการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมได้ และถ้าหากตัวทำละลายเหล่านี้มีความเป็นพิษสูง ก็จะก่อให้เกิดภาวะสับสนทางจิต ปวดศีรษะ ปวดขา หัวใจเต้นแรง ภาพหลอน ปัญหาประจำเดือน การแท้ง และผลกระทบต่อปอดและระบบย่อยอาหาร

หากโดนแก๊สน้ำตาและสเปรย์พริกไทย จะส่งผลให้ผิวหนังระคายเคือง ปวดไหม้ น้ำไหลออกมาจากตา จมูก ปาก รวมทั้งทางเดินหายใจ สเปรย์พริกไทยนั้นถือเป็นอุปกรณ์ยอดฮิตสำหรับเจ้าหน้าตำรวจทั้งหลาย เนื่องจากมีคุณสมบัติที่ก่อให้เกิดความเจ็บปวดโดยฉับพลัน และขจัดออกจากผิวหนังได้ยาก แต่อาการต่างๆ เหล่านี้จะเกิดขึ้นเพียงชั่วคราวเท่านั้น

ความเจ็บปวดจากแก๊สน้ำตาจะหายไปหลังจากสัมผัสแล้วประมาณ 530 นาที ส่วนสเปรย์พริกไทยนั้นอาจใช้เวลามากกว่า คือ ประมาณ 20 นาที ถึง 2 ชั่วโมง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษาของแต่ละบุคคลด้วย

การป้องกันเมื่อถูกแก๊สน้ำตา

1.น้ำ (ควรนำมามากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้เพื่อใช้ในการดื่ม ล้างแผล หรือล้างตา)

2.ถุงมือไวนิล (ใช้ป้องกันเลือดและสเปรย์พริกไทย)

3.โทรศัพท์เมื่อเกิดกรณีฉุกเฉิน

4.กระดาษ ปากกา เทปกาว ปากกามาร์กเกอร์

5.อุปกรณ์รักษาบาดแผล เช่น ที่ปิดแผล ผ้าก๊อซขนาด 2x2 และ 4x4 เทปใส และยาฆ่าเชื้อ หรือยาปฏิชีวนะอื่นๆ

6.ผ้าอนามัยแบบสอดขนาดเล็ก (เหมาะสำหรับการห้ามเลือดกำเดา)

7.ที่กดลิ้น

8.เสื้อสะอาดที่บรรจุอยู่ในถุง พลาสติก (ใช้สำหรับเปลี่ยนในกรณีที่โดนแก๊สอย่างหนัก)

9.ที่บังแดด หรือเสื้อกันฝน (ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ)

10.ยารักษาโรคต่างๆ เช่น ยาบรรเทาอาการช็อกหรือบาดเจ็บ

11.ขนมขบเคี้ยว

12.ผงไอซิงเค้ก หรือลูกกวาดชนิดแข็ง (ใช้สำหรับเพิ่มน้ำตาลในเลือด)

13.ยาแอสไพริน ยาไอบูโปรเฟน (ยาต้านการอักเสบ)

14.สวมใส่รองเท้าที่ใส่สบายและปกป้องเป็นอย่างดี

15.สวมใส่เสื้อผ้าที่ปกคลุมผิวหนังทั้งหมด เพื่อป้องกันแสงแดดจากดวงอาทิตย์และสเปรย์พริกไทย

16.อุปกรณ์ป้องกันดวงตา เช่น แว่นกันแดด แว่นว่ายน้ำ หรือหน้ากากป้องกันแก๊ส

17.แว่นตาหรือหน้ากากป้องกันแก๊ส

18.เสื้อกันฝน หรือหมวกกันแสงอาทิตย์ (ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ)

สิ่งที่ไม่ควรปฏิบัติ

1.ไม่ควรทาวาสลีน ออยล์ ที่มีส่วนผสมของแร่ สารป้องกันแดด หรือมอยส์เจอไรเซอร์ที่มีส่วนผสมของออยล์บนผิวหนัง

เนื่องจากสารเหล่านี้มีคุณสมบัติในการจับสารเคมี

2.ไม่ควรใส่คอนแทคเลนส์ เพราะคอนแทคเลนส์อาจจับสารเคมีเข้าไปภายในลูกตาได้

3.ไม่ควรสวมใส่เครื่องประดับที่สามารถจับฉวยได้ง่าย เช่น ต่างหู อัญมณีต่างๆ เนกไท หรือปล่อยผม

4.ไม่ควรเข้ากลุ่มประท้วงเพียงลำพัง ทางที่ดีที่สุดควรไปกับกลุ่มใกล้ชิดหรือเพื่อนที่รู้จักคุณ

5.อย่านอนหลับ รับประทานอาหารให้เพียงพอ และดื่มน้ำให้เยอะๆ เนื่องจากไม่สามารถคาดเดาถึงเหตุการณ์ต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในการประท้วงได้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท