posttoday
ล้วงวิชาปลอมตัว'โจรทลายโจร'พ.ต.อ.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ

ล้วงวิชาปลอมตัว'โจรทลายโจร'พ.ต.อ.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ

10 เมษายน 2553

...ธนก บังผล

เส้นทางการเติบโตในสายงานนักสืบยาเสพติด ระทึกลึกลับยิ่งกว่านิยาย ที่เคยเห็นในหนังว่าหน่วยงาน FBI ฝึกปรือกันอย่างไร ก็ล้วนเอามาจากความจริงเป็นต้นเรื่อง

หนึ่งในผู้เคยผ่านการอบรมหลักสูตรอันสุดซับซ้อน คือ “ผู้การแมว” พ.ต.อ.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ รักษาราชการแทนผู้บังคับการกองบังคับการปราบปราม (รรท.ผบก.ป.) นักเรียนนายร้อยตำรวจ (นรต.) รุ่นที่ 31 รุ่นเดียวกับ พล.ต.ท.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผช.ผบ.ตร) และ พล.ต.ต.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง

ส่วนคนดังที่เรียนมาด้วยกันอีกคนคือ พล.ต.ท.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้ช่วย ผบ.ตร. และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.)

แม้จะผ่านมาหลายปีแล้ว แต่อาวุธถนัดที่ได้ติดตัวมาจากการเดินทางไปอบรมยังต่างประเทศ คือ ความรู้เรื่องการสะกดรอย การปลอมตัวเป็นคนร้าย

ยากไม่ยากไม่รู้ แต่ศึกษามาเพื่อทะลวงเครือข่ายยาเสพติดแบบ “โจรทลายโจร” โดยเฉพาะ

ต้องย้ำว่าไม่ใช่เป็นกันได้ทุกคน เพราะนอกจากจะต้องเป็นผู้มีร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์แล้ว ยังต้องผ่านการทดสอบจิตใจอย่างหนัก

พ.ต.อ.สุพิศาล ซึ่งเคยได้รับการอบรมนี้มาก่อนจากประเทศแคนาดา บอกเล่าเก้าสิบถึงหลักสูตรที่ใครหลายคนใฝ่ฝันอยากจะผ่าน

เริ่มต้นที่การคัดเลือกคนมาฝึก โดยหลักสูตรที่ผู้การแมวไปอบรมที่ประเทศแคนาดา มีหลักการที่จะคัดเลือกคนที่สมบูรณ์ประเภท ดีหนึ่งประเภทหนึ่ง คัดเลือกจากหน่วยที่เป็นแมวมองไปหาตาม Host Station และตามสถานีตำรวจต่างๆ

คุณสมบัติ คือ ต้องเป็นเจ้าหน้าที่อายุงานสั้น หรือบางคนมีแววตั้งแต่เข้าเรียนก็จะฟูมฟักไว้ เมื่อเรียนจบออกมาก็จะดึงออกมาบ่มฟักทันที

ซึ่งก็ไม่ใช่ว่าดึงออกมาแล้วจะได้เป็นทุกคนเช่นกัน เพราะจะมีการทดสอบคนประเภทเหล่านี้ในเรื่องการทุจริต ความอดทน คุณภาพของทักษะ เพื่อคั้นความเป็นสุดยอดของคน ให้พร้อมนำมาใช้งาน ได้หัวกะทิน้ำข้นแล้ว วิธีการทำงานก็น่าสนใจไม่แพ้กัน

“วิชาปลอมตัวผมอยากให้เกิดขึ้นในสังคมของตำรวจไทย ที่ผมอบรมมาจากประเทศแคนาดานั้นเป็นหลักสูตรที่เรียกว่า OUT 33 ซึ่งเป็นหลักสูตรที่ FBI ต้องการส่งคนเข้าไปอบรม”

รู้มาว่า รุ่นที่ผู้การแมวไปฝึกนั้น พล.ต.อ.เภา สารสิน อดีตอธิบดีกรมตำรวจ เป็นผู้ไปบรรยายให้กับเจ้าหน้าที่ของแคนาดา

“ลักษณะก็คือเป็นการสร้างคนขึ้นมาเป็น Under Cover มีการสร้าง Long Term ให้กับตำรวจคนหนึ่ง สมมติว่าผมอาจจะส่งคนเข้าไปเป็นนักข่าว มันก็จะมีเทอมของมันให้อยู่ 5 ปี 10 ปี แต่ก็จะเป็นคนเกาะข่าว เก็บภาพเป็นหลักฐาน”

ขั้นตอนต่อไปคือการส่งคำสั่งจาก Cover Man ถึง Under Cover

“บางคนอาจจะต้องเข้าไปเป็นกลไกของอาชญากรเพื่อเข้าไปประกอบกิจกรรมหรือล่วงรู้ความเคลื่อนไหวของแก๊งอาชญากรแล้วคายเอาข้อมูลพวกนี้ออกมา พอปิดคดี เราก็จะเอามาขึ้นสืบพยาน แต่จะอยู่ได้ไม่นาน 5 ปี 10 ปี นี่เป็นลักษณะของคนที่จะต้องปลอมตัวค่อนชีวิต ปลอมทั้งชื่อ ทั้งที่อยู่ แล้วก็จะมีการให้เงินเป็นระบบ Cover Man”

“ตอนที่ผมเรียนนั้นเป็น Cover Man ก็จะมีคู่กันเป็น Under Cover ถ้าอาวุโสน้อยก็จะเป็น Under Cover ผมมีหน้าที่ต้องขีดการทำงานให้ เช่น ได้รับคำสั่งให้คุณเป็นผู้ค้ายา ต้องทำตัวเป็นคนใต้นะ ต้องรู้จักเรื่องไหนบ้าง ต้องรู้จักตาสีตาสา นายอำเภอ รู้จักคนทั้งตำบล ต้องเล่าเรื่องเป็น ถ้าเป็นคนติดยาคุณต้องสอยยา เสพยาเป็น รู้จักกระบวนการทำ แล้วก็ไปฝังตัวในองค์กร”

ผู้การแมวยังบอกอีกว่า ในส่วนของผู้ปฏิบัติงานจะมีกระบวนการดูแลด้านค่าใช้จ่าย การเปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนประวัติ อย่างมืออาชีพ

“มีการสนับสนุนเรื่องเงิน ที่อยู่ เปลี่ยนชื่อ มีเงินให้ ค่าใช้จ่ายค่าเดินทาง วิทยุ เครื่องมือ กล้องถ่ายรูปเล็กๆ อะไรจำพวกนี้”

แต่เนื่องจากประเทศไทยยังไม่มีหลักสูตร Under Cover เหมือนประเทศแคนาดา พ.ต.อ.สุพิศาล ให้ความเห็นว่า ตำรวจสันติบาลในบ้านเราควรจะสร้างคนเหล่านี้ให้เกิดขึ้นมาเพื่อการทะลวงทลายแก๊งอาชญากรรมที่มีเพิ่มมากขึ้นในสังคมไทยปัจจุบัน

แน่นอนว่า ผลจากการทำงานบนเส้นด้าย จะมีการปูนบำเหน็จรางวัลชั้นยศให้กับนักสืบยาเสพติดหลังจากทำงานลุล่วงแล้ว เช่น ถ้าทำไปแล้ว 5 คดี จนสุ่มเสี่ยงต่อการถูกเปิดเผยตัวและเป็นอันตรายต่อชีวิต ก็จะนำนักสืบยาเสพติดคนนั้นกลับเข้ามาในกรม

เรียนจบมาใหม่ๆ พ.ต.อ.สุพิศาล ก็ได้ลองใช้วิชา “นักสืบยาเสพติด” ทลายขบวนการค้ายาเสพติดจนเป็นที่ฮือฮา

“ผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ที่อยู่ขณะนี้ เราตามมาตั้งแต่ขี่มอเตอร์ไซค์ เป็นผู้ค้ารายย่อย จนมันเป็นมือใหญ่โต เหตุผลก็คือกฎหมายเราขณะนั้นไม่แข็งแรง ไม่มีกฎหมายยึดทรัพย์ ไม่มีกฎหมายฟอกเงิน เดี๋ยวนี้พอมันมีเงินมันขนออกนอกประเทศทันที”

ผู้การแมวหมายถึง เหวยเซียะกัง และ ป.เป็ด

“ที่ชอบที่สุดก็คือไม่ต้องการให้ผู้ต้องหารับสารภาพ คือหลักการจับผู้ต้องหาได้ บอกขอให้ปฏิเสธ เพราะไม่ต้องการคำรับสารภาพจากผู้ต้องหา เพราะเรามีพอแล้ว การสะกดรอย เรามีทั้งรูปถ่าย ทั้งอุปกรณ์ เทคนิค มีพยานหลักฐาน เห็นด้วยตาอีก ว่ามันกระทำผิดอย่างชัดเจน แล้วเราจะไปกลัวอะไรมัน”

เมื่อเป็นนักสืบยาเสพติด จึงย่อมต้องเข้าไปข้องเกี่ยวกับคดีวิสามัญฆาตกรรมคนร้าย

โดย พ.ต.อ.สุพิศาล ให้ความเห็นว่า ต้องมอง 2 มิติ

“ถ้ามองในแง่ของกฎหมาย มาตรา 68 เป็นอำนาจที่เจ้าหน้าที่ควรมีอยู่ไว้คืออำนาจในการป้องกันตัวเองภายในขอบเขตของกฎหมาย เพื่อป้องกันไม่ให้คนร้ายกระทำการฆาตกรรม ก็เป็นสิทธิที่เจ้าพนักงานต้องมีไว้ป้องกันตัวเองโดยชอบ”

ทั้งนี้ เพราะวิสามัญฆาตกรรมในสายตาของประชาชนมักจะมองว่าเจ้าหน้าที่สังหารคนร้ายเสียส่วนใหญ่ แต่ในมุมมองกลับกัน ต้องมองว่ามันเป็นการป้องกันสิทธิของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ลงไปในพื้นที่การสืบสวนติดตามคนร้าย ถึงภัยอันตรายที่จะเกิดขึ้นในขณะนั้น

“ภาพของสังคมก็ต้องมองว่า การทำวิสามัญฆาตกรรมนั้น มันเป็นการลบปัญหาหรือต้นตอของปัญหานั้นของอาชญากร ซึ่งมีสันดานติดตัวโดยเลิกไม่ได้ เพราะถ้าปล่อยให้คนพวกนี้ไปอยู่ในสังคม จะไม่มีการหยุดยั้งการก่ออาชญากรรม และจะดำรงอยู่ในสังคมนี้ตลอดไป”

ระหว่างที่ยาเสพติดระบาดอย่างหนักในทุกวงการ

ใครคิดถึง “นักสืบยาเสพติด” ยกมือขึ้น

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์