posttoday
เตรียมความพร้อม

เตรียมความพร้อม

30 เมษายน 2556

ในช่วง 12 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้น 3 เรื่อง ซึ่งทำให้ต้องนำกลับมาคิด

โดย...พิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน

ในช่วง 12 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้น 3 เรื่อง ซึ่งทำให้ต้องนำกลับมาคิด เรื่องแรก เป็นเรื่องการลอบวางระเบิดการแข่งขันบอสตัน มาราธอน ในเมืองบอสตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา ทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 คน และบาดเจ็บกว่า 140 คน ซึ่งหากผู้ที่ไม่ได้คุ้นเคยกับประเทศสหรัฐ จะไม่ทราบว่าการแข่งขัน บอสตัน มาราธอน นั้นเป็นเหมือนกับสัญลักษณ์ของประเทศสหรัฐ เพราะเป็นการแข่งขันมาราธอนที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ไม่ใช่แค่ในสหรัฐ โดยเริ่มจัดแข่งครั้งแรกตั้งแต่ปี ค.ศ. 1897 หรือกว่าร้อยปีมาแล้ว ดังนั้นจึงเชื่อได้ว่าการกระทำครั้งนี้น่าจะมีแผนงานที่มีเบื้องหลังและมีการเตรียมการมาอย่างดี เพื่อหวังผลในการทำลายขวัญและจิตใจของประชาชนชาวสหรัฐ ทำให้อดที่จะคิดไม่ได้ว่าประเทศสหรัฐที่มีทั้งเทคโนโลยีและการเตรียมพร้อมในทุกด้านกับการป้องกันการก่อการร้าย ยังไม่สามารถที่จะป้องกันการก่อการร้ายได้อย่างร้อยเปอร์เซ็นต์ ประเทศไทยที่ยังไม่มีการพัฒนาความพร้อมได้เท่าเทียม จะทำอย่างไรหากต้องเผชิญกับเหตุการณ์เหล่านี้ในเมืองหลวงหรือเมืองสำคัญๆ ไม่ใช่แต่เฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ที่มีเหตุการณ์ไม่สงบอยู่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งทำให้ประเทศไทยต้องสูญเสียบุคลากรทั้งทหาร ตำรวจ และข้าราชการระดับสูงไปเป็นจำนวนมากแล้ว ก็หวังว่ารัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะได้เตรียมพร้อมในเรื่องป้องกันการก่อการร้ายที่ไม่คาดฝันนี้

เรื่องที่สอง เป็นเรื่องแผ่นดินไหวในมณฑลเสฉวนของประเทศจีน ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตประมาณ 200 คน และบาดเจ็บกว่า 1.2 หมื่นคน ซึ่งจากภาพข่าวพบว่าการเตรียมการรับมือกับภัยพิบัติของประเทศจีนก็ยังล้าหลังอยู่มาก ทั้งๆ ที่มีภัยพิบัติเกิดขึ้นในประเทศจีนค่อนข้างบ่อยในช่วงหลังนี้ และระยะหลังมานี้โลกก็เกิดภัยพิบัติขนาดใหญ่บ่อยขึ้นเรื่อยๆ ทำให้อดเป็นห่วงไม่ได้ว่าการเตรียมพร้อมสำหรับการรับภัยพิบัติของประเทศไทยเป็นอย่างไร หลังจากที่ต้องเผชิญน้ำท่วมขนาดใหญ่ในสองปีก่อนหน้านี้ ภัยพิบัติในอนาคตอาจมาในรูปแบบที่ไม่อาจจะคาดหมายได้ ดังนั้นรัฐบาลจึงจะต้องเตรียมพร้อมรับในทุกทาง

เรื่องที่สาม แม้เรื่องนี้จะไม่ทำให้เกิดการเจ็บการตาย แต่การที่ราคาทองคำตกลงมามากในสองสัปดาห์ที่แล้ว สร้างความปั่นป่วนให้กับการซื้อขายทองคำและตลาดเก็งกำไรทองคำอย่างมาก หลังจากที่ราคาทองคำได้ขึ้นมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานและทำสถิติสูงสุดที่ออนซ์ละ 1,910 เหรียญสหรัฐในปี 2554 ตกลงมาอยู่ที่ออนซ์ละ 1,360 เหรียญสหรัฐ เมื่อกลางเดือนเม.ย.นี้ ทำให้ผู้ถือทองคำอยู่ในมือเกิดอาการหวั่นไหว โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ซื้อขายทองคำล่วงหน้าหลายท่านถึงกับหมดตัว ผู้เขียนต้องขอยอมรับว่าเป็นผู้แสดงความคิดเห็นรายแรกๆ และเขียนเรื่องทองคำว่าจะมีราคาเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ มาตั้งแต่ปี 2552 ขนาดมีบทความเรียกร้องให้ธนาคารแห่งประเทศไทยกระจายจากถือดอลลาร์ที่จะมีมูลค่าลดลงเรื่อยๆ ให้มาถือทองคำบ้าง ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยก็ได้ดำเนินการหลังจากนั้น และมั่นใจถึงขนาดกับกล้าสอนเพื่อนฝูงหลายท่านที่เป็นเศรษฐีเจ้าของร้านทอง อีกทั้งเวลาลงพื้นที่ก็จะบอกประชาชนที่มารับฟังการบรรยายว่าทองคำน่าจะมีราคาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แล้วทองคำก็มีราคาเพิ่มขึ้นมาโดยตลอดจริงๆ

แต่เมื่อประมาณเดือน พ.ค.ของปีที่ผ่านมา ผู้เขียนได้ไปอ่านเจอข่าวของมหาเศรษฐีอันดับสามของโลกและเป็นสุดยอดของนักลงทุน Warren Buffett และ Charlie Munger ผู้บริหารเบอร์สอง รวมถึงมหาเศรษฐีอันดับสองของโลก Bill Gates ออกมาพูดในทางลบเกี่ยวกับเรื่องการซื้อทองคำและราคาทองคำ และมีการคาดกันล่วงหน้าว่าราคาทองจะตกลงมาอยู่ในช่วง 1,300-1,400 เหรียญสหรัฐด้วย ผู้เขียนเลยไม่กล้าแนะนำใครอีก แม้กระทั่งเพื่อนเศรษฐีร้านทองมาถาม ผู้เขียนก็บอกไปตามตรงว่ามีกูรูระดับใหญ่ของโลกพยากรณ์ว่าราคาจะตก พอปลายปีก็มีข่าวพ่อมดการเงิน จอร์จ โซรอส ขายทองออกมามาก และเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมาผู้เขียนได้มีโอกาสไปทานข้าวและสนทนาแลกเปลี่ยนความเห็นกับ จิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี ประธานสมาคมค้าทองคำ และมีความเห็นตรงกันว่ามีโอกาสสูงที่ทองคำจะมีราคาต่ำลง ซึ่งก็เป็นจริง ก็ต้องระวังในเรื่องการลงทุน เพราะมีความเสี่ยงที่ราคาทองคำอาจจะขึ้นและลงได้เสมอ

เมื่อกล่าวถึงการเตรียมความพร้อม ก็ต้องขอชื่นชมบริษัทยักษ์ใหญ่ของไทยที่ได้เตรียมพร้อมในการที่ไทยจะเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน โดยหลายบริษัทได้เข้าซื้อกิจการขนาดใหญ่ในต่างประเทศและภายในประเทศเพื่อเป็นแขนขาในการขยายธุรกิจในอนาคตเมื่อเข้าสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เช่น ในต้นปีที่ผ่านมา กลุ่ม เจริญ สิริวัฒนภักดี ที่เข้าซื้อบริษัท F&N ในมูลค่ากว่า 3 แสนล้านบาท หรือ 1.1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือล่าสุดบริษัท ซีพี ออลล์ ได้เข้าซื้อบริษัท สยามแม็คโคร ในราคา 1.88 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นการซื้อขายบริษัทในประเทศไทยที่ใหญ่ที่สุด เป็นต้น

ทำให้เสียดายแทนบริษัท ปตท. ที่เสียโอกาสในการซื้อห้างคาร์ฟูร์ที่จะเป็นเครื่องมือที่ดีในการบุกเบิกเข้าอาเซียน โดยเฉพาะในประเทศเมียนมาร์ เพราะถูกสั่งห้ามจากผู้มีอำนาจในรัฐบาลที่แล้ว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท