
รัฐยันโครงการน้ำ3.5แสนล.โปร่งใส
รัฐบาลแจงโครงการน้ำ 3.5 แสนล้าน โปร่งใส ยอมรับหากศาลสั่งทบทวนส่งผลงานล่าช้า
รัฐบาลแจงโครงการน้ำ 3.5 แสนล้าน โปร่งใส ยอมรับหากศาลสั่งทบทวนส่งผลงานล่าช้า
นายอัชพร จารุจินดา เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เปิดเผยว่า หากศาลปกครองรับคำร้องหรือมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท ย่อมส่งผลกระทบต่อการดำเนินโครงการให้ล่าช้าออกไปตามคำสั่งศาล
อย่างไรก็ตาม จะไม่กระทบต่อการกู้เงินตามพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อวางระบบบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ พ.ศ. 2555 เพียงแต่อาจต้องมีการเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินโครงการ ซึ่งต้องรอว่าศาลจะรับคำร้องหรือมีคำสั่งออกมาอย่างไร
“ยืนยันว่ารัฐบาลยังสามารถกู้เงิน 3.5 แสนล้านบาทได้ แต่การใช้เงินกู้อาจจะล่าช้าออกไป หรืออาจต้องมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบโครงการ เช่น อาจให้กรมชลประทานดำเนินการแทนโดยใช้กฎหมายหรือระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างตามกฎหมายปกติแทนการเปิดประมูลในลักษณะดีไซน์ แอนด์ บิวด์” นายอัชพร กล่าว
ด้านนายธงทอง จันทรางศุ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกโครงการเพื่อออกแบบและก่อสร้างระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนและระบบแก้ไขปัญหาอุทกภัยของประเทศไทย กล่าวว่า ได้เตรียมให้ฝ่ายกฎหมาย สำนักงานอัยการสูงสุด ทำความเห็นชี้แจงความจำเป็นการกู้เงินในโครงการนี้ต่อศาลปกครองแล้วและมั่นใจว่าจะไม่มีปัญหา
“ในเชิงกฎหมาย หน่วยงานสำคัญ เช่น สำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ร่วมกันจัดทำรายละเอียดทีโออาร์อย่างรอบคอบ ไม่มีข้อบกพร่องทางข้อกฎหมาย การฟ้องศาลปกครองต้องเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหรือกลุ่มบริษัทเอกชน จึงจะยื่นฟ้องได้” นายธงทอง ระบุ
นายอภิชาติ อนุกูลอำไพ คณะอนุกรรมการวิชาการและวิเคราะห์โครงการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) กล่าวว่า ความจำเป็นเร่งด่วนในการดำเนินโครงการนี้เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตที่ไม่อาจคาดการณ์อีก 5 ปีข้างหน้า เหมือนกับการซื้อถังดับเพลิงไว้ประจำบ้าน เพราะไม่ทราบว่าจะเกิดเพลิงไหม้เมื่อใด และความเสียหายในน้ำท่วมปี 2554 มูลค่าความเสียหาย 1.4 ล้านล้านบาท จึงจำเป็นต้องมีการป้องกันความเสี่ยงไว้ก่อน
ทั้งนี้เห็นว่าแผนการบริหารจัดการน้ำท่วมสำหรับลุ่มน้ำเจ้าพระยาจัดทำโดย องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศญี่ปุ่น (ไจก้า) ที่อ้างว่าประหยัดงบประมาณก่อสร้างลดลงได้ 70% โดยไม่จำเป็นต้องสร้างฟลัดไดเวอร์ชัน นั้นเป็นเพียงการสร้างโมเดลหรือแบบจำลองบนหน้าจอคอมพิวเตอร์วีดีโอเกมบนสมมุติฐานน้ำท่วม ปี 2554 แต่ในความเป็นจริงไม่เป็นเช่นนั้น เพราะเมื่อเกิดน้ำท่วม หรือเปิดประตูเขื่อนหรือประตูระบายน้ำแล้วการควบคุมบังคับน้ำไม่อาจทำได้เหมือนในวีดีโอเกม ดังนั้นจึงจำเป็นต้องสร้างฟลัดไดเวอร์ชัน มูลค่า 1.5 แสนล้านบาท
นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) เปิดเผยว่า ทีโออาร์โครงการบริหารจัดการน้ำ 3 แสนล้านบาทที่รัฐบาลวางไว้ไม่ได้แพงเกินจริง เนื่องจากกิจการร่วมค้าไทย-ญี่ปุ่น ที่ถอนตัวออกไปเพราะเสนอราคาสูงถึง 7 แสนล้านบาท ซึ่งทางรัฐบาลไม่สามารถรับเงื่อนไขดังกล่าวได้ ดังนั้นข้ออ้างที่ว่าองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศญี่ปุ่น (ไจก้า) ที่อ้างว่าประหยัดงบประมาณก่อสร้างลดลงได้ 70% โดยไม่จำเป็นต้องสร้างฟลัดไดเวอร์ชันจึงไม่เป็นความจริง
ทั้งนี้ มั่นใจว่าในอนาคตจะไม่มีปัญหาการเวนคืนที่ดิน เนื่องจากทางรัฐบาลมีหน้าที่ออกกฎหมาย พ.ร.ฎ.เวนคืนที่ดิน และออกระเบียบการจ่ายชดเชย ขณะที่บริษัทเอกชน มีหน้าที่ระบุพื้นที่ที่เหมาะหรือจำเป็นต้องเวนคืนเพื่อการก่อสร้างโครงการให้ลุล่วง และทุกโครงการมีการจัดทำผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม หรือ อีไอเอ และผลกระทบทางสุขภาพ หรือ เอชไอเอ
ด้านนายปลิว ตรีวิศวเวทย์ ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ช.การช่าง กล่าวว่า โครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาทที่จะเปิดให้ยื่นเสนอในวันที่ 3 พ.ค.นี้ บริษัทไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ ขอให้เป็นอาวุธลับของบริษัทดีกว่า
สำหรับผลการเข้าประมูลโครงสร้างพื้นฐานของรัฐ 2 ล้านล้านบาท บริษัทจะเข้าร่วมประมูลในทุกโครงการ ไม่ว่าจะเป็นระบบราง ระบบขนส่ง ถนน รถไฟฟ้าความเร็วสูง โดยคาดว่าจะงาน 25-30 % ของมูลค่าทั้งหมด







