
เร่งแผนปรับโครงสร้างสอท.
ลดกรรมการคาดตีกรอบอุตฯจังหวัด มั่นใจแก้เกณฑ์เสร็จทันต้นปีหน้า
ลดกรรมการคาดตีกรอบอุตฯจังหวัด มั่นใจแก้เกณฑ์เสร็จทันต้นปีหน้า
พยุงศักดิ์เดินหน้าปรับโครงสร้าง ส.อ.ท. มั่นใจเสร็จก่อนหมดวาระปีหน้า เล็งหั่นกรรมการเหลือ 210 คน
นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ส.อ.ท.อยู่ระหว่างการปรับปรุงโครงสร้าง ซึ่งคาดว่าจะต้องใช้เวลาพอสมควร เนื่องจากต้องฟังความเห็นทุกฝ่าย ซึ่งหากเป็นไปได้อยากให้การปรับแก้หลักเกณฑ์ครั้งนี้เสร็จก่อนที่จะหมดวาระในเดือน มี.ค. 2557 แต่หากไม่ทันก็จะส่งต่อให้กับประธาน ส.อ.ท.คนต่อไป
หากได้ข้อสรุปและต้องแก้ไข พ.ร.บ.สภาฯ จะส่งข้อมูลมาที่กระทรวงอุตสาห กรรม เพื่อให้ รมว.อุตสาหกรรม เป็นผู้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรพิจารณา แต่หากไม่จำเป็นต้องแก้ไขกฎหมายก็จะออกเป็นระเบียบภายในได้ทันที
แหล่งข่าวจากส.อ.ท.กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการการปรับโครงสร้าง ส.อ.ท. เมื่อวันที่ 4 เม.ย.2556 ได้ข้อสรุปแนวทางการปรับปรุงโครงสร้าง ส.อ.ท.เบื้องต้นไว้แล้ว โดยยึดแนวทางตามมติที่ประชุมคณะกรรมการ ส.อ.ท.(กส.) เมื่อวันที่ 18 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยจะรายงานโครงสร้างใหม่เบื้อง ต้นให้ที่ประชุมคณะกรรมการ ส.อ.ท.ได้ในการ ประชุม กส.ครั้งต่อไป
แหล่งข่าวจาก ส.อ.ท. เปิดเผยว่า การปรับโครงสร้างใหม่จะมีการแก้ไของค์ประกอบคณะกรรมการ ส.อ.ท. (กส.) จากเดิม 348 คน เหลือ 210 คน โดยจะจัดโควต้าให้กลุ่มอุตสาหกรรมและสภาอุตสาหกรรมจังหวัด 3 รูปแบบแนวทาง คือ 1.คณะกรรมการประเภทเลือกตั้งและแต่งตั้งของกลุ่มอุตสาหกรรม 126 คน ของสภาอุตสาหกรรมจังหวัด 84 คน
2.คณะกรรมการประเภทเลือกตั้ง แต่งตั้งและโควต้ากลางของกลุ่มอุตสาหกรรม 96 คน ของสภาอุตสาหกรรมจังหวัด 114 คน และ 3.คณะกรรมการประเภทเลือกตั้งและแต่งตั้งของกลุ่มอุตสาหกรรม 105 คน ของสภาอุตสาหกรรมจังหวัด 105 คน
แหล่งข่าวเปิดเผยด้วยว่า แนวทางที่ 1 จะทำให้กรรมการจากการแต่งตั้งมีสัดส่วนสูงกว่ากรรมการจากสภาอุตสาหกรรมจังหวัด ซึ่งหากเลือกแนวทางนี้จะทำให้บทบาทของสมาชิกจากต่างจังหวัดลดลง เมื่อเทียบกับแนวทางที่ 2 ที่เหลือ
นอกจากนี้ ยังจะแก้ไขเกณฑ์ส่วนอื่น เช่น ได้แก่ กำหนดให้ผู้แทนใช้สิทธิ์ สมาชิกจะต้องเป็นกรรมการที่มีชื่อในหนังสือรับรองนิติบุคคลของกระทรวงพาณิชย์ หรือเป็น พนักงงานประจำของบริษัทของสมาชิก จากเดิม กำหนดให้สมาชิกแต่งตั้งผู้แทนที่มีอำนาจได้ 3 คน แต่มีปัญหาผู้แทนบางบริษัทไม่มีความสัมพันธ์ กับบริษัทแต่มาออกเสียงแทนบริษัท
มีการกำหนดคุณสมบัติว่าสมาชิกสามัญต้องมีใบ อนุญาตประเภท รง.4 เพียงอย่างเดียวจึงจะเป็นสมาชิกสามัญมีสิทธิ์ออกเสียง จากเดิมที่สมาชิกมีใบอนุญาต ประกอบกกิจการโรงงาน (รง.) ทุกประเภทสามารถเป็นสมาชิกสามัญ
ด้านนายธนิต โสรัตน์ เลขาธิการ ส.อ.ท. กล่าวว่า สิ่งที่ฝั่งนายพยุงศักดิ์กำลังดำเนินการเป็นความพยายามจะลดบทบาทสมาชิกจากต่างจังหวัดซึ่งส่วนใหญ่เป็นเอสเอ็มอี เนื่องจากการที่ กส.ลดเหลือ 210 คน จะทำให้เสียงต่างจังหวัดลดลงจากเดิมได้โควต้าจังหวัดละคน
อย่างไรก็ตาม การจะเลือกแนวทางไหนต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุม กส. ที่มี กส.มาประชุมเกินกึ่งหนึ่ง โดยทราบว่านายพยุงศักดิ์จะเสนอเรื่องนี้ในที่ประชุม กส. วันนี้ คาดจะมี กส.เข้าประชุมไม่ถึงกึ่งหนึ่งและไม่น่าอนุมัติวาระสำคัญไดแต่หากในที่สุดมีการอนุมัติเรื่องอะไรก็คงต้องตรวจสอบว่าผ่านออกมาได้อย่างไร้
“ตอนนี้ กส. เกินกว่าครึ่งเห็นว่าไม่ใช่เวลาที่จะมาปรับโครงสร้าง ควรเร่งสร้างความปรองดองมากกว่า แต่สิ่งที่กำลังทำคือทำให้สภาฯแตกแยก” นายธนิต กล่าว







