posttoday
สู้กับคอร์รัปชั่น (4)

สู้กับคอร์รัปชั่น (4)

29 เมษายน 2556

มาตรการที่เจ็ดคือ การส่งเสริมองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่นภาคประชาชน

โดย...หางกระดิกหมา

มาตรการที่เจ็ดคือ การส่งเสริมองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่นภาคประชาชน
ตามอย่างที่ได้เคยบอกไปแล้ว การจะต่อสู้กับคอร์รัปชั่นนั้น ลำพังการรณรงค์ให้คนเลิกโกงอย่างเดียวไม่พอ แต่ต้องทำจนถึงขนาดให้คนที่ไม่โกงนั้น คอยก่อกวนขัดขวางคนโกงด้วย การโกงถึงจะลดน้อยลงได้ ซึ่งวิธีการก่อกวนขัดขวางคนโกงนั้น ทางหนึ่งก็ทำได้ด้วยการส่งเสริมองค์กรภาคประชาชนที่มีวัตถุประสงค์ในการต่อต้านคอร์รัปชั่นนั่นเอง โดยหน้าที่ขององค์กรอย่างนี้ก็คือการทำตัวเป็น Watchdog หรือหมาเฝ้าบ้าน ที่คอยสังเกตความไม่ชอบมาพากลต่างๆ แล้วพอเจออะไรเข้าก็รีบตีฆ้องร้องป่าวให้สังคมสาดสปอตไลต์มาที่เรื่องนั้นๆ เรื่องลึกลับดำมืดทั้งหลายก็จะได้กระจ่าง รวมทั้งประสานงานส่งลูกให้หน่วยงานฝ่ายปราบปรามอื่นๆ ของรัฐต่อไป
อย่างไรก็ตาม ด้วยเหตุที่คอร์รัปชั่นทุกวันนี้ ไม่ได้เป็นแค่การเรียกค่าน้ำร้อนน้ำชาจุ๋มๆ จิ๋มๆ แล้วแต่เป็นการโกงในระดับโครงสร้างของโครงการซึ่งมีรายละเอียดทางเทคนิคเข้ามาเกี่ยวข้องมากมาย อย่างเรื่องซีทีเอ็กซ์ 3จี จำนำข้าว ฯลฯ คนทั่วไปไม่ใช่จะเข้าใจได้ง่ายๆ อย่าว่าแต่จะจับผิด ดังนั้น การจะติดตามเรื่องเหล่านี้ นอกจากจะใช้แรงอาสาซึ่งอาจจะมีแต่ตาสีตาสาแล้ว ก็จำเป็นจะต้องมีการทุ่มทรัพยากรจัดหาบุคลากรที่เป็นผู้ชำนาญการในสาขาต่างๆ เช่น บุคลากรขององค์กรวิชาชีพวิศวกร สถาปนิก ทนายความ นักบัญชี บุคลากรจากสถาบันการศึกษา บุคลากรจากบริษัทเอกชนหรือธนาคาร ฯลฯ มาเป็นผู้ทำหน้าที่ตรวจสอบให้เป็นเรื่องเป็นราวเลยทีเดียว ไม่เช่นนั้นก็ไม่ทันพวกนักคอร์รัปชั่นกินไปได้
นอกจากนี้ สื่อหรือสำนักข่าวก็ควรจะต้องทำบทบาทการตรวจสอบให้มากขึ้น คือไม่ใช่แค่รายงานข่าวแบบฉาบฉวยแล้วก็แจกความเห็นลอยๆ อีกต่อไป แต่ต้องขุดคุ้ยสืบสาวเรื่องให้มากพอที่ทำให้ประชาชนเห็นภาพและตระหนักในนัยดีร้ายของเรื่องได้ ไม่ว่าจะโดยการเอาเอกสารทางกฎหมาย ทางบัญชีมาวิเคราะห์ตรวจสอบ การศึกษาถึงเรื่องทางเทคนิคหรือแนวปฏิบัติของธุรกิจหรือกิจการแขนงต่างๆ หรือการเรียกเอาข้อมูลจากภาครัฐ ฯลฯ เสร็จแล้วก็ประมวลทุกอย่างออกมาเพื่อชี้ประเด็นและวิเคราะห์แก่สาธารณชน อย่างที่เขาเรียกว่า Investigative Journalism ซึ่งนี่ก็คงหนีไม่พ้นการปฏิรูปสื่อครั้งใหญ่ เพราะสำนักข่าวหลักเท่าที่มีในปัจจุบันนั้น เปิดหน้าหนังสือพิมพ์หรือเปิดรายการมาก็เจอแต่ชื่อองค์กรที่น่าจะถูกตรวจสอบ กล่าวคือรัฐหรือรัฐวิสาหกิจเป็นคนสนับสนุนโฆษณาในสื่อนั้นๆ ในสัดส่วนที่สูงมาก จะให้สื่อไทยรับเงินเขาแล้วไปตรวจสอบเขาด้วยก็ดูจะเป็นเรื่องขัดธรรมชาติเต็มที

มาตรการที่แปดคือ การร่วมมือกับนานาชาติและองค์กรระหว่างประเทศ
การต่อต้านคอร์รัปชั่นอาจเป็นเรื่องที่ยังมะงุมมะงาหราในเมืองไทย แต่สำหรับประเทศอื่นนั้นเขาทำมานาน และก็ทำได้ผลกันมาเยอะแล้ว หลายประเทศอย่างเช่น สหรัฐ อังกฤษ และเยอรมนี ได้ออกกฎหมายที่มีโทษรุนแรงสำหรับเอกชนสัญชาติตนที่มีพฤติกรรมพัวพันกับการคอร์รัปชั่นแม้จะไม่ได้เกิดขึ้นในประเทศตนก็ตาม อย่างเช่นบริษัทเยอรมันจะมาติดสินบนนักการเมืองไทยก็ไม่ได้ จนมีผู้ตั้งข้อสังเกตว่า การซื้อขายระหว่างหน่วยงานของรัฐไทยกับเอกชนของประเทศเหล่านี้โดยตรงมีน้อยมาก แสดงความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายต่อต้านคอร์รัปชั่นและการบังคับใช้ในประเทศเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ องค์กรนานาชาติหลายแห่ง เช่น World Bank, Asian Development Bank (ADB), Transparency International, Open Society Foundations, Bill & Melinda Gates Foundation ก็ยังพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือแก่ประเทศกำลังพัฒนา ในส่วนของความรู้ ประสบการณ์ หรือเงินทุนเพื่อการขจัดคอร์รัปชั่นอีกด้วย ดังนั้น การร่วมมือกับนานาชาติและองค์กรระหว่างประเทศ จึงเป็นสิ่งหนึ่งที่ควรทำควบคู่กันไปกับความพยายามวางมาตรการต่างๆ ในประเทศ
สุดท้ายนี้ จะเห็นได้ว่ามาตรการที่นำเสนอมาทั้ง 8 ข้อนั้น โดยมากต้องเป็นการริเริ่มจากภาครัฐ โดยเฉพาะในข้อ 2 ถึงข้อ 6 อย่างไรก็ตาม เอกชนก็มีทางผลักดันให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้เหมือนกัน โดยอาศัยช่องทางตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ซึ่งกำหนดให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีอำนาจเสนอมาตรการ ความเห็น และข้อเสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อให้มีการปรับปรุงการปฏิบัติราชการ หรือวางแผนงานโครงการของรัฐ เพื่อป้องกันหรือปราบปรามการทุจริตได้
ดังนั้น หากเอกชนยอมเหนื่อยออกแบบมาตรการต้านคอร์รัปชั่นต่างๆ เสียให้ดี และนำเสนอรัฐบาลผ่าน ป.ป.ช. ก็น่าเชื่อว่ารัฐบาลจะต้องรับลูกต่อและสนองตอบ
ไม่เช่นนั้น รัฐบาลก็จำเป็นจะต้องคิดหาข้อแก้ตัวมาให้ดีทีเดียว

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69