
ยางวูบยอดหดฉุดเศรษฐกิจใต้ทรุด
ยางพาราตกต่ำกำลังซื้อหดฉุดเศรษฐกิจใต้ระส่ำ คาดปีนี้รถยนต์ถูกยึดนับแสนคัน
ยางพาราตกต่ำกำลังซื้อหดฉุดเศรษฐกิจใต้ระส่ำ คาดปีนี้รถยนต์ถูกยึดนับแสนคัน
นายเพิก เลิศวังศ์พง ประธานชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย จำกัด (ชสยท.) เปิดเผยว่า ปัญหายางพาราราคาตกต่ำเหลือ 60 บาทต่อกิโลกรัม เมื่อเทียบกับปีที่แล้วอยู่ที่กว่า 100 บาทต่อกิโลกรัม ส่งผลกระทบเศรษฐกิจภาคใต้ซบเซากำลังซื้อหดหายกว่า 50% ผลพวงจากรายได้ของเกษตรกรผู้ปลูกสวนยางพาราลดลง
ทั้งนี้ สวนทางกับค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้น ซึ่งผลกระทบที่ตามมาคือเกษตรกรขาดสภาพคล่องทางการเงิน ส่งผลให้เกิดการยึดรถยนต์ทั่วภาคใต้ โดยประมาณว่าจะมีการยึดและคืนรถยนต์ประมาณเดือนละ 1 หมื่นคัน และภายในสิ้นปีนี้คาดว่าจะมีรถยนต์ถูกยึดจำนวนนับแสนคัน และมีสัญญาณบ่งชี้ว่าราคายางพาราจะตกต่ำสุดถึง 40-50 บาทต่อกิโลกรัม เพราะตลาดโลกยังไม่ฟื้นตัว ดังนั้น รัฐบาลต้องเร่งออกมาตรการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรโดยเร็วที่สุด
ขณะที่นายวิฑูรย์ คู่พันธ์ทวี ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท พิธานพาณิชย์ ตัวแทนจำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้าภาคใต้ตอนล่าง กล่าวว่า ผลประกอบการในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ การซื้อขายรถจักรยานยนต์โดยรวมไม่ดีเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้วที่คึกคักเป็นพิเศษ โดยไตรมาสแรกปีนี้ติดลบ 2-3% ขณะที่ไตรมาส 2 คาดว่าจะมีสัญญาณไม่ดีเช่นกัน เนื่องจากราคายางพาราตกต่ำ
นายวิฑูรย์ กล่าวอีกว่า ปัญหาค่าครองชีพที่สูงขึ้นสวนทางกับรายได้ทำให้กลุ่มผู้บริโภคไม่มีกำลังซื้อ ซึ่งรัฐบาลต้องเข้ามาแก้ไขราคายางอย่างเร่งด่วน เพราะเกษตรกรสวนยางจะเดือดร้อนจากการถูกยึดรถคืน ส่วนกลุ่มรถยนต์ก็จะไม่มีการลงทุนเพิ่มเติม
ขณะที่เจ้าของร้านน้ำชารายใหญ่ เทศบาลตำบลแม่ขรี อ.ตะโหมด จ.พัทลุง กล่าวว่า เศรษฐกิจในเขตเทศบาลตำบลแม่ขรี ซึ่งเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของจังหวัดย่ำแย่ ยอดขายสินค้าลดลงต่ำกว่า 50% จากแต่ก่อนหน้านี้มีเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 300 ล้านบาทต่อวัน แต่ปัจจุบันมีเงินสะพัดกว่า 100 ล้านบาท โดยปัจจัยสำคัญคือยางพาราซึ่งเป็นรายได้หลักของชาว จ.พัทลุง ตกต่ำ ทำให้กำลังซื้อของประชาชนลดลงตามไปด้วย







